อาจารย์ในความทรงจำ: สายสัมพันธ์

มาตรฐาน

555

หลังจากหายตะลึงกับลายเซ็นที่อยู่ตรงหน้า คำถามแว๊บแรกที่ผ่านเข้ามาก็คือ “จะใช่ไหม?” “จะใช่จริงหรือ?” “มันจะบังเอิญขนาดนั้นเชียวหรือ?” มองหน้าอาจารย์ก็ดูไม่คุ้น ที่เคยนึกถึงผมฟูๆ ตอนนี้ก็ไม่ฟูแล้ว แถมผมของท่านก็ลดน้อยถอยร่นขึ้นไปบนหน้าผากอย่างเห็นได้ชัด ด้วยความที่ขณะเซ็นชื่อเป็นช่วงเวลาพักเบรค เมื่ออาจารย์เริ่มบรรยายต่อ จึงรีบกลับไปดูสมุดบันทึกที่หอพัก (หอพักอาจารย์กับตึกเรียนห่างกันไม่มาก) หยิบสมุดบันทึกมาเทียบลายเซ็น ให้ตายเถอะ มันคือลายเซ็นของคนๆ เดียวกันเป็นแม่นมั่น!!

กลับมานั่งฟังบรรยายด้วยใจรื่นๆ ดีใจมาก รอคอยที่จะถามให้ชัดเจนอีกครั้ง หลังอาจารย์บรรยายเสร็จ จึงเปิดสมุดบันทึกให้อาจารย์ดู แล้วถามท่านว่า ลายเซ็นในสมุดคือของอาจารย์หรือเปล่า ท่านทำหน้างงๆ แต่ก็ยอมรับว่าใช่ เลยได้โอกาสเล่าเรื่องที่เคยเรียนกับท่านตั้งแต่ปีหนึ่งเมื่อสิบกว่าปีก่อน รวมถึงความประทับใจและเรื่องราวสืบเนื่องจากผลของความประทับใจนั้น ขอบคุณสิ่งที่ท่านทำ และขอโทษที่จำชื่ออาจารย์ไม่ได้ ก็มีแต่ลายเซ็นนี่ล่ะ ที่เป็นเหมือนเส้นเชื่อมบางๆ ให้ได้ระลึกถึง ซึ่งก็ไม่เคยคิดอีกเหมือนกันว่าจะมีโอกาสได้พบกันจริงๆ ในขณะที่อาจารย์เองก็ยอมรับว่าจำนักศึกษาไม่ได้ เนื่องจากนักศึกษาแต่ละ section ก็เยอะ แต่ก็ดีใจที่ผลจากกิจกรรมในชั้นเรียนทำให้เกิดสิ่งที่ดีงามตามมา หลังจากนั้น อาจารย์ก็ให้ความกรุณามาเป็นวิทยากรบรรยายเรื่องทักษะการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพอีกหลายปีต่อเนื่องกัน

อย่างไรก็ตาม ผลพวงจากความประทับใจในการเขียนบันทึกไม่ได้จบแค่โครงการ “บันทึก (ไม่) ร้าย ของดอกไม้สีขาว” แต่ยังต่อเนื่องไปยังลูกศิษย์อีกหลายคนที่อยู่ในความดูแล นั่นคือ การแจกสมุดบันทึกให้กับเด็กๆ เพราะหวังว่ามันจะเป็นเครื่องมือในการช่วยให้พวกเขาเข้าใจตนเอง ก็ไม่รู้ว่าเป็นอิทธิพลจากตรงนี้ด้วยหรือเปล่า (หรือคงเป็นเพราะความชอบและความสามารถส่วนตัวของเด็กเอง) ที่ทำให้หนึ่งใน advisee มีนวนิยายเป็นของตนเอง ทั้งยังได้รับรางวัลชมเชยจากการประกวดรางวัลศิลปะเพื่อเยาวชนไทยประจำปี 2548 หรือ Young Thai Artist Award 2005 ในขณะที่กำลังเรียนอยู่ชั้นปี 4 “ชินกับชุน” คือชื่อของนวนิยายเล่มนั้น

ก่อนตีพิมพ์ ทางสำนักพิมพ์ต้องการคำนิยมจากบุคคลที่น่าเชื่อถือในวงการวรรณกรรม ลูกศิษย์จึงมาปรึกษาด้วยคงเห็นว่าครูเป็นคนชอบอ่านหนังสือ ใครล่ะที่น่าเชื่อถือ? นึกถึงครูบาอาจารย์ใน มช. นึกถึงคณะที่เกี่ยวข้องกับวรรณกรรม การเขียน นึกถึงคณะมนุษยศาสตร์ นึกถึงภาควิชาภาษาไทย และก็นึกถึงอาจารย์ที่เราประทับใจ แล้วให้บังเอิญว่าอาจารย์ท่านที่นึกถึงตอนนั้นดำรงตำแหน่งเป็นหัวหน้าภาควิชาภาษาไทย คณะมนุษยศาสตร์ มช. พอดิบพอดี!!

ได้เห็นคนสองคน (คนหนึ่งเป็นคนที่เราเคารพ อีกคนหนึ่งเป็นคนที่เคารพเรา) ปรากฎอยู่ในหนังสือเล่มเดียวกัน ช่างเป็นความรู้สึกปลื้มปริ่มอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ อยากขอบคุณทุกความดีงามบนโลกใบนี้ ที่ทำให้เราได้ส่งผ่านความรู้สึกดีๆ ต่อกัน ผ่านบันทึก ผ่านตัวอักษร และผ่านสายสัมพันธ์ระหว่างศิษย์-อาจารย์
——————
– The End –

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s