อาจารย์ในความทรงจำ: ผลพวง

มาตรฐาน

2015-02-03 16.18.19
ลายเซ็นหวัดๆ ที่ปรากฎต่อหน้าแบบไม่คาดฝัน ฉุดลากเอาความทรงจำในอดึตที่เกิดนับเนื่องจากการได้รับความรู้สึกดีๆ จากอาจารย์กลับมาอีกครั้ง ความประทับใจและความรักในงานเขียนดูเหมือนจะฝังรากลึกจนทำให้เกิดโครงการ “บันทึก (ไม่) ร้าย ของดอกไม้สีขาว” ที่ตัวเองและเพื่อนอาจารย์อีกคนหนึ่งร่วมกันจัดให้กับนักศึกษา

จำได้ว่าปีนั้นคือปี 2543 ช่วงนั้นยังทำหน้าที่เป็นหนึ่งในอาจารย์ที่ช่วยดูแลด้านกิจการนักศึกษา ได้พบได้เห็นปัญหาเรื่องความวิตกกังวลของนักศึกษาพยาบาลชั้นปีที่ 3 เวลาที่ต้องขึ้นฝึกปฏิบัติงานบนหอผู้ป่วย จึงคิดโครงการจดบันทึก (journal keeping) ขึ้นมา เพราะไปอ่านเจอว่า “การเขียนบันทึก ถือเป็นกิจกรรมหนึ่งที่ช่วยพัฒนาการรู้จักตนเอง เนื่องจากเป็นการเขียนลำดับเหตุการณ์จากประสบการณ์ที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน ทำให้บุคคลได้ระบาย ได้ทำความเข้าใจความคิดและความรู้สึกของตน ทำให้เพิ่มการยอมรับ ช่วยให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ตลอดจนทำให้พบความหมายของชีวิตได้ลึกซึ้งขึ้น” สิ่งที่ได้อ่านช่างสอดรับกับความเชื่อส่วนตัวเหลือเกิน ซึ่งก็ได้รับการสนับสนุนจากอาจารย์ผู้ใหญ่อีกหลายท่าน แถมยังขอเงินทุนจาก CMB ได้อีก

กิจกรรมในโครงการ หากจะอธิบายแบบง่ายๆ ก็คือ เริ่มรับสมัครนักศึกษาที่สนใจเข้าร่วมโครงการ คนที่เข้าร่วมโครงการทุกคนได้รับแจกสมุดบันทึก โดยในบันทึกให้ใช้นามแฝง มีวิทยากรผู้เชี่ยวชาญมาช่วยให้แนวทางการเขียนบันทึก มีข้อตกลงการส่งบันทึกทุกวันศุกร์และรับคืนในวันจันทร์ของแต่ละสัปดาห์ ผู้จัดโครงการมีหน้าที่อ่านบันทึกและเขียนตอบ ให้ข้อเสนอแนะ หรือกำลังใจ ช่วงนั้นจึงกลายเป็นช่วงที่รับหน้าที่เป็น “ครูดอกไม้” ของเด็กๆ (ดูมุ้งมิ้งฟรุ้งฟริ้งดีแท้ ^^)

ได้เห็นข้อความบางส่วนที่ได้จากการประเมินผลโครงการ ก็เหมือนได้เห็นภาพสะท้อนของตัวเองตอนเรียนปีหนึ่ง วิชาภาษาไทย เด็กๆ บอกว่า “อาจารย์เขียนตอบได้ดีมาก ให้กำลังใจ ข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะได้ดีมากค่ะ อ่านแล้วประทับใจ” “อาจารย์ตอบปัญหาได้เข้าใจความรู้สึกของนักศึกษามากค่ะ ให้กำลังใจพวกเรามาก” “อาจารย์ตอบได้สนุก อ่านแล้วหายเครียดดีค่ะ บางข้อความก็ทำให้รู้สึกเข้มแข็ง มีพลังในการต่อสู้กับเหตุการณ์หลายๆ อย่าง และทำให้รู้ว่ายังมีคนห่วงเราอยู่” “ประทับใจในการตอบกลับมา ชอบกลอน ชอบคำพูดบางคำ ทำให้มีกำลังใจมากขึ้น” “อาจารย์ให้ข้อคิด บางครั้งก็หยอกเย้ามากับตัวหนังสือพร้อมด้วยการ์ตูนรูปคนยิ้ม เวลาเปิดอ่านแล้วอดยิ้มกับตัวเองไม่ได้”

อ่านข้อความบอกเล่าความประทับใจของเด็กๆ ต่อโครงการแล้วรู้สึกมีความหวัง แสดงว่าเมล็ดพันธุ์ของการสร้างความรู้สึกดีมันมีอยู่จริง แถมยังเติบโต และส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นได้อีกต่างหาก คำพระท่านว่า “การชื่นชมนั้นจะช่วยบ่มเพาะความดีให้งอกงามขึ้นในใจของผู้อื่น รวมทั้งดึงเอาศักยภาพด้านบวกของเขาออกมา หากความดีงามเบ่งบาน และศักยภาพด้านบวกถูกกระตุ้นอยู่เสมอ ก็จะทำให้มีพลังในการทำงานอย่างมีความสุขและเต็มประสิทธิภาพ” อาจเพราะเชื่อในพลังของคำชมแบบนี้ เมื่อต้องไปมีส่วนพัวพันกับคนที่เชื่อในพลังด้านตรงข้าม เลยพบว่า แค่ลมปากบางเบา ก็ทำเอาเกือบเสียน้ำตา…

—————————

มีต่อภาค 3

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s