อาจารย์ในความทรงจำ: รำลึก

มาตรฐาน

2015-02-03 20.43.54

มีน้องถามว่า ได้แรงบันดาลใจในการเขียนเรื่องต่างๆ มาจากไหน บอกน้องไปว่ามาจากหลายที่เลยล่ะ ตั้งแต่อ่านหนังสือ ดูหนัง ฟังเพลง และสังเกตสิ่งแวดล้อมรอบตัว แต่หากจะถามว่า ทำไมถึงรักการเขียน คำตอบดูจะย้อนกลับไปครั้งยังเรียนปริญญาตรีปีหนึ่ง ชั่วโมงภาษาไทย กับชิ้นงานที่ต้องทำส่ง..

จำได้ว่า อาจารย์ที่สอนภาษาไทยตอนอยู่ปีหนึ่ง section ที่เรียนอยู่เป็นคนที่แปลกแต่น่ารักมาก ท่านให้ทุกคนเขียนบันทึกส่งทุกสัปดาห์ ด้วยความที่ชอบเขียนเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ก็เลยรู้สึกสนุก…และเริ่มบันทึกให้อาจารย์อ่านสม่ำเสมอ

ทุกครั้งที่ได้รับบันทึกกลับมา ก็จะมีข้อความเล็กๆ ชื่นชมหรือแสดงความคิดเห็นไว้ท้ายเรื่อง หรือไม่ก็มีรูปหน้าการ์ตูนยิ้ม (^_^) อยู่เสมอ การแสดงออกถึงความใส่ใจในงานเขียนแบบนี้ ทำให้ตอนนั้นประทับใจมาก…

บางครั้งอาจารย์ให้ลองเขียนเรื่องสั้นแล้วแลกกันอ่านกับเพื่อน และให้คะแนนกัน มีอยู่เรื่องหนึ่งที่เขียนแล้ว เพื่อนให้คะแนน C+ ครั้นพอส่งให้อาจารย์อ่าน อาจารย์เขียนท้ายเรื่องว่า “เรื่องนี้ผมให้ A นะ เขียนได้ดีทีเดียว” แทบจะจำความภูมิใจตอนนั้นได้ นึกถึงทีไรก็มีความสุขทุกครั้ง เลยมีความพยายามส่งเรื่องสั้นให้อาจารย์อ่านอีกหลายเรื่อง แล้วก็มักได้คำชมเช่นเดิม อาจารย์บอกว่า “เขียนเรื่องสั้นได้ดีมาก ว่างๆ อย่าลืมเอาไปส่งพิมพ์ในหนังสือ วารสารต่างๆ ดูบ้าง” หรือ “ฝึกฝนแต่งไปอีกนะ จนกว่าจะพอใจงานเขียนของตนเอง”

ในส่วนของงานเขียนที่เป็นบันทึกบอกเล่าความรู้สึก อาจารย์ก็จะ comment มาให้ทุกครั้ง เช่นเมื่อเล่าเรื่องตื่นเต้น ก็จะได้รับข้อความว่า “ทำยังกะหนังทีวี หลอกให้คนดูรอดูตอนต่อไปหรือเปล่า…อ่านสนุกมาก เขียนได้ดี” เมื่อเขียนวิพากษ์งานบางอย่าง อาจารย์ก็จะตอบกลับมาว่า “ช่างสังเกตอย่างนี้ เรียนรู้ได้มาก” หรือไม่ก็เขียนว่า “ช่างคิด ช่างเขียนดีมาก” ครั้นพอเล่าเรื่องที่หวุดหวิดจะเกิดอุบัติเหตุ ท่านก็จะบอกว่า “คนอ่านก็พลอยใจหายไปด้วย” และในวันสุดท้ายของการส่งบันทึก ท่านเขียนว่า “ในจำนวนบันทึกทั้งหมด คุณเขียนยาวที่สุด เขียนได้ดีครับ อยากให้หาสมุดบันทึกเล่มใหม่ และเขียนต่อไป ดีไหม?”

อาจารย์คงไม่รู้หรอกว่า คำพูดของอาจารย์ตอนนั้น สร้างความประทับใจมาจนถึงวันนี้ และคงเป็นส่วนสำคัญที่จุดประกายให้อยากเขียนเรื่องราวรอบตัวต่อไป ทั้งบันทึก ทั้งเรื่องสั้น แม้จะยังไม่ประสบความสำเร็จอย่างที่อาจารย์เคยบอกไว้ แต่ก็ทำให้มีความรักในงานเขียน รักที่จะประดิษฐ์อักษร เรียงถ้อยร้อยคำ เป็นประโยค เป็นเรื่องราว แม้ไม่ดีเด่นจนใครๆ ชื่นชม แต่ก็ให้ความรู้สึกดีต่อตัวเองทุกครั้งที่เขียนเสมอ

กว่าจะนึกถึงเรื่องนี้ได้ เวลาก็ผ่านไปหลายสิบปีแล้ว เมื่อกลับไปอ่านบันทึกประจำวันที่เขียนไว้ใน web neothailand ในนามของ “น้องแจ่ม” ช่วงปี 2544 พบข้อความว่า “เวลาผ่านไปหลายปี เราจำชื่ออาจารย์ไม่ได้แล้ว (แย่จัง) นึกออกแต่ว่า อาจารย์เป็นผู้ชาย ไว้ผมฟูๆ ใจดี..อย่างอื่นนึกจำไม่ได้ ในความระลึกถึง จดจำได้แต่ตัวหนังสือ ข้อความให้กำลังใจ และลายเซ็นหวัดๆ ที่อ่านไม่ออก อยากบอกว่า ถ้าไม่มีอาจารย์ ก็คงไม่มีคนที่รักการเขียนในวันนี้ ขอบคุณอาจารย์ด้วยหัวใจ…” บันทึกของปีนั้นจบที่ตรงนี้

ย่างเข้าปี 2549 ห้าปีหลังจากเขียนบันทึก เป็นช่วงที่จบปริญญาโทกลับมาทำงานที่คณะ วันหนึ่งมีโอกาสเชิญอาจารย์ท่านหนึ่งจากคณะมนุษยศาสตร์ ภาควิชาภาษาไทย ของ มช. มาเป็นวิทยากรบรรยายเรื่อง “การฟัง พูด อ่าน เขียน อย่างมีประสิทธิภาพ” ขณะที่ยื่นใบเสร็จรับเงินให้วิทยากรเซ็นชื่อ ก็เห็นลายเซ็นหวัดๆ (ที่ไม่รู้ว่าคือใคร แต่ตรึงใจมาเป็นสิบปี) ปรากฎตรงหน้า…
—————————–
มีต่อภาค 2….

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s