ครูในยุคดิจิทัลกับวัฒนธรรมการเรียนรู้ที่ไม่หยุดนิ่ง ภาค 2

มาตรฐาน

รูปภาพ

ภาคบ่ายของวันแรกเริ่มจาก ศ.ดร.ปานสิริ พันธุ์สุวรรณ บรรยายเรื่อง “ความก้าวหน้าของอาจารย์” ซึ่งระบุถึงหน้าที่ของอาจารย์ในมหาวิทยาลัย 4 ด้าน คือ ด้านการสอน วิจัย บริการวิชาการ และทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม ที่น่าสนใจคือมุมมองของผู้ประกอบการหรือนายจ้างต่อคุณสมบัติของนักศึกษาที่จบไป สิ่งที่นายจ้างต้องการคือคนทำงานที่มีทักษะในเรื่อง
1) Critical thinking & problem solving = การคิดเชิงวิพากษ์และการแก้ไขปัญหา
2) IT application = การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ
3) Teamwork & collaboration = การสื่อสารและการร่วมมือทำงาน
4) Creative innovation = ความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม
5) Diversity = ความยืดหยุ่นและความสามารถในการปรับตัว/คิดริเริ่มและการชี้นำตนเอง/การเข้าสังคมและการเรียนรู้ข้ามวัฒนธรรม/การเพิ่มผลผลิต รวมถึงความเป็นผู้นำและความรับผิดชอบ
ด้วยความต้องการของสังคมแบบนี้ จึงทำให้การเรียนการสอนในปัจจุบันต้องมีการปรับเปลี่ยนตามไปด้วย นั่นคือต้องเน้นการสร้างทักษะที่ผู้เรียนสามารถเอาไปใช้ได้มากกว่าเน้นการสอนเพียง “เพื่อรู้” หรือ “เพื่อสอบผ่าน”

นอกจากนี้เรายังต้องเข้าใจลักษณะของนักเรียนในปัจจุบัน คือ เป็นตัวของตัวเองสูง ความอดทนต่ำ อยากรู้อยากเห็น ท้าทายกฎระเบียบ ทะเยอทะยานสูง คุ้นเคยกับเทคโนโลยี ชอบการเปลี่ยนแปลง กระตือรือร้น มองโลกในแง่ดีมาก มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ มั่นใจในตัวเองสูง ไม่เคารพผู้อาวุโสกว่าโดยอัตโนมัติ และมีความจงรักภักดีต่ำ (Cr.ประสิทธิ์ วัฒนาภา)… โปรดสังเกต คำว่า “ทะเยอทะยานสูง แต่ความอดทนต่ำ” “มองโลกในแง่ดีมาก” (ทำให้ถูกหลอกได้ง่าย โดยเฉพาะเรื่องข้อมูล) และ “ไม่เคารพผู้อาวุโสกว่าโดยอัตโนมัติ” (เขาจะเคารพ เมื่อเราแสดงให้เห็นว่า เราน่าเคารพ ดังนั้นการเป็นตัวแบบที่ดีก็เป็นเรื่องสำคัญของครูไม่ว่าจะเป็นยุคสมัยใด)

ด้วยเหตุนี้ พวกเราจึงมีโอกาสได้ฟังการบรรยายของ ผศ.รัฐสภา แก่นแก้ว Assistant Director for Academic Affairs Media Center: Technology Service Cluster Sripatum University อาจารย์ผู้ได้รับรางวัล The Best Teaching Award ของมหาวิทยาลัยศรีปทุม ในเรื่อง “การเรียนการสอนในยุคดิจิทัลและการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน” การบรรยายของอาจารย์ทำให้นึกถึงคำถามที่ว่า “ทำไมเราต้องสอนสิ่งเดียวกัน ด้วยวิธีการเดียวกัน ในเวลาเดียวกัน ด้วยเหตุผลเดียวกัน” นั่นคือการจัดการเรียนการสอนในยุคต้องมีความหลากหลาย ต้องรู้ว่าผู้เรียนเป็นอย่างไร จะได้ใจ (ในการเรียนรู้) ของเขาได้อย่างไร  ถ้าเขาเกิดมาพร้อมกับความคุ้นเคยกับ IT ครูเองก็ต้องพาตัวเองให้ไปอยู่ในโลก IT ด้วย การเรียนการสอนในห้องเรียนเพียงอย่างเดียวไม่พอ และอาจใช้ไม่ได้ในอนาคต เพราะ learning in the digital age คือ “No Lecture” (ซึ่งอาจารย์กำลังพยายามทำอยู่)

การเป็นครูจึงต้องมีความเข้าใจศิษย์มากกว่าแค่ถ่ายทอดความรู้ให้ศิษย์ เพราะเขาบอกกันว่า ความรู้เป็นสิ่งที่งอกอยู่ในตัว ไม่ใช่สิ่งที่ใครจะถ่ายทอดให้ใครได้ (Cr.วิจารณ์ พานิช) ครูจึงจำเป็นต้องคิดถึงศิษย์ในแง่ของ สิ่งที่ใจคิด สถานที่ที่ไป ภาษาที่ใช้ พฤติกรรม และเครื่องมือที่ใช้ เพื่อ fishing where the fish are ไม่ใช่การรอให้ศิษย์เข้ามาหาเพียงอย่างเดียว และสิ่งที่ควรค่าแก่การเปลี่ยนแปลงมาที่สุดคือ “ครูต้องเปลี่ยน” ทั้งเรื่องวิธีคิดและกระบวนการเรียนการสอน

อาจารย์แนะนำกลยุทธ์การสอนหลายแบบที่ช่วยดึงใจเด็กให้อยู่กับเราในห้อง (หากต้องสอนในห้องเรียน) การสอนแบบ anywhere and anytime (แต่ไม่ใช่ช่วง 4 ทุ่มถึงตี 5..ครูต้องมีเวลาส่วนตัวด้วย ดังนั้นการสร้าง “กติกา” จึงสำคัญ) การใช้ social media และเทคโนโลยีช่วยสอน ที่ทำให้เรามี “ลีลา” การสอนน่าสนุกเร้าใจ ทำให้นึกถึงคำที่ว่า “Studying and learning process should bring joy.” เด็กที่มีความสุข จะเรียนรู้ได้มาก ซึ่งเป็นสิ่งที่อาจารย์เก่งๆ พูดตรงกันเสมอ

You can’t be me. But, you can be the best version of you. คือคำพูดที่อาจารย์ทิ้งท้ายไว้ และผู้เขียนก็เชื่อว่า หากเรามีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะเป็น “ครูที่ดี” เราจะหาทางไปยังจุดที่เราตั้งเป้าหมายไว้เสมอ มาลองหาทางเป็น “ครูเพื่อศิษย์” ในยุคดิจิทัลกันตามแบบฉบับของตัวเอง แล้วมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันนะคะ ^^

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s