ความสุขมีเฉพาะในอนาคตเท่านั้นหรือ?

มาตรฐาน

ฉันเดินเอื่อยๆ  ชมทิวทัศน์ของดอกไม้ใบหญ้าไปตามท้องทุ่ง  ลัดเลาะไปตามทางเดินเล็กๆเลียบลำคลองชลประทาน  ซึ่งยาวไกลไปจนจดตีนภูเขาที่มองเห็นลิบๆอยู่เบื้องหน้า  ท้องทุ่งยามนี้เขียวขจีไปด้วยต้นข้าวโพด  ที่กำลังแตกดอกบานสะพรั่ง  สายลมอ่อนเย็นพัดโชยมาแผ่วเบา  มองเห็นยอดข้าวโพดขยับไหวล้อลมอยู่ริกๆ  ท้องฟ้ายามเย็นหลังฝนตกเปิดโล่ง ไร้เมฆหมอกทะมึนขุ่นมัว  บรรยากาศแบบนี้…สวยนัก  เป็นบรรยากาศที่ฉันโปรดปรานเสมอ

ฉันก้มลงเก็บดอกหญ้าหลากชนิดที่ขึ้นแซมตามรายทาง  สีสันและรูปร่างของมันสวยแปลกตา  ถึงบางชนิดจะมองแล้วไม่สวยสมบูรณ์แบบเหมือนดอกไม้ทั่วไป  แต่มันก็แลดูสวยและมีเสน่ห์ในตัวของมันเองเสมอ

เปรียบไปก็คงเหมือนกับชีวิตคนเรานั่นแหละ  หลายชีวิตล้วนมีข้อบกพร่องไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง  แต่ชีวิตเหล่านั้นต่างก็ดำรงอยู่ตามทางเดินของตัวเอง   ส่วนจะมีความสุขหรือไม่นั้น ก็คงขึ้นอยู่กับการเลือกใช้ชีวิตและการมองชีวิตกระมัง

ทุกๆวันหยุดเสาร์-อาทิตย์  ถ้าฉันไม่ติดนัดกับใคร  เป็นต้องพาตัวเองกลับมาบ้านเสมอ…กลับมาเก็บเกี่ยวความสุขยามอยู่กับครอบครัว ญาติพี่น้อง  กลับมาซึมซับบรรยากาศท้องทุ่งสวยๆ  ที่ไม่เคยหาได้ในเมืองใหญ่  ความสุขที่หาได้ง่ายๆโดยไม่ต้องพึ่งใคร และไม่ต้องอาศัย “เงิน”

เพื่อนบางคนถามฉันว่า  ไม่เห็นฉันทำงานพิเศษ ไม่ทำงานล่วงเวลา  ลำพังเงินเดือนข้าราชการระดับต่ำที่ฉันได้รับ…อยู่ได้เหรอ  ฉันตอบได้ทันทีว่า “ได้..ถ้าไม่ฟุ้งเฟ้อ” แต่จะให้มีเงินเหลือเก็บแบบเห็นเม็ดเงินเป็นกอบเป็นกำ…ไม่มีหรอก  เงินเดือนก็คือเงินเดือน  ชื่อมันก็บอกอยู่แล้วว่าใช้ให้พอเป็นเดือนๆไปเท่านั้น  คุณจะไม่มีวันรวยจากเงินเดือน(ข้าราชการ) แต่ก็ไม่มีวันอดเช่นกัน(ถ้าไม่ใช้จ่ายเกินตัว)ฉันเชื่อเช่นนั้น

เคยเห็นเพื่อนบางคนทำงานหามรุ่งหามค่ำ  แทบไม่มีวันพักผ่อน ถามไถ่ก็ทราบเหตุผลว่า  ต้องการเก็บเงินไว้มากๆ  อนาคตข้างหน้าเวลาแก่ตัวลง  จะได้มีความสุข

ฉันเองก็คิดว่ามันเป็นเหตุผลที่ดี  แต่ก็อดสงสัยไม่ได้ว่า  ความสุขมันมีเฉพาะในอนาคตเท่านั้นหรือ?

ฉันมีเพื่อนคนหนึ่งชื่อวิชัย   เป็นนายแพทย์ฝีมือดี  ขยัน เอาการเอางานและพูดเพราะ  สิ่งเหล่านี้ได้สร้างความไว้วางใจและความสบายใจให้กับคนไข้ทุกคนที่ได้รับการรักษา  คนไข้โรคเรื้อรังต่างติดใจในฝีมือและฝีปากของวิชัยกันทั้งนั้น  นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้วิชัยตัดสินใจเปิดคลินิกส่วนตัวขึ้น

วิชัยแต่งงานแล้ว  บังเอิญที่ได้ภรรยาเป็นพยาบาล  และบังเอิญอีกเหมือนกันที่หล่อนเป็นเพื่อนรักฉัน พอๆกับวิชัย  ด้วยความที่เราทั้งสามเป็นเพื่อนสนิทกัน  ฉันจึงได้รับรู้เรื่องราวในครอบครัวของวิชัยและวิรินดาเสมอ

ปีแรกที่แต่งงานกัน  ทั้งสองเกี่ยวก้อยกันไปทำงานที่คลินิกอย่างมีความสุข  แม้จะต้องทำงานกันอย่างหนัก  จันทร์-ศุกร์  5 โมงเย็น ถึงสี่ทุ่ม(ไม่นับรวมกับระยะเวลาที่ใช้ในการขับรถกลับบ้านที่อยู่นอกเมือง ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง) ส่วนวันเสาร์เปิดตั้งแต่ 8 โมงเช้าถึง 5 โมงเย็น  หยุดเฉพาะวันอาทิตย์เท่านั้น

ฉันเองเห็นเพื่อนรักทั้งคู่มีความสุข ก็รู้สึกเบาใจ  เลยพยายามห่างๆออกไป(หาความสุขของตัวเองบ้าง)  ขึ้นปีที่สองของการแต่งงานฉันมีโอกาสพบวิชัยและวิรินดาอีกครั้ง  ทั้งคู่ดูท่าทางอ่อนระโหย  หน้าตาดูแก่ลงกว่าเดิมมากจนฉันตกใจ  ฉันอดถามด้วยความเป็นห่วงไม่ได้ว่าชีวิตช่วงนี้เป็นอย่างไร

วิชัยบอก “เหนื่อย…วันๆแทบไม่ได้ทำอะไร  นอกจากทำงาน…และงาน”

“แล้วทำไม ไม่หยุดพักบ้าง …”

“พักไม่ได้หรอกพิม  ช่วงนี้คนไข้ติดคลินิกเราจะตาย  ก็เลยต้องทำงานกันจนมืดค่ำ ดึกดื่นทุกคืน”

“แต่วันอาทิตย์นายก็หยุดไม่ใช่เหรอ  พาเมียไปเที่ยวเปิดหูเปิดตาบ้างสิ”

“เฮ้อ…หยุดก็จริงนะพิม  เคยคิดๆเหมือนกันว่าจะพากันไปเที่ยว  แต่พอถึงเวลาจริงๆล้มเลิกทุกที ก็มันเหนื่อยจากงานมาตั้งแต่จันทร์ยันเสาร์  พอถึงอาทิตย์ทีไร ก็ไม่อยากกระดิกตัวไปไหนแล้ว   ขอนอนดีกว่า” วิชัยบอกพร้อมกับถอนหายใจ

“แต่พิมไม่ต้องห่วงเราหรอก  เรายอมทำงานช่วงนี้ให้มันหนักๆไปเลยดีกว่า  อีกหน่อยแก่ตัวมาจะได้สบาย จะได้มีความสุขเหมือนคนอื่นเขา”

คราวนี้เป็นฉันเองที่เป็นฝ่ายถอนหายใจ คำถามเดิมแวบเข้ามาในความคิดอีกแล้ว “ความสุขมันมีเฉพาะในอนาคตเท่านั้นหรือ?”

ส่วนคำตอบที่ฉันได้จากวิรินดาเพิ่มเติมก็คือ

“จริงๆ วันอาทิตย์ก็ไม่ได้นอนหรอกพิม  ต้องเก็บกวาดบ้าน  ซักเสื้อผ้า  แม้แต่จะดูทีวียังแทบไม่ได้ดูเลย”

“แล้วนี่ไม่คิดจะเพลาๆ งานที่คลินิกลงบ้างเหรอ  ทำเฉพาะวันจันทร์-พุธ-ศุกร์ ก็ได้นี่  รินกับชัยก็ใช่ว่าจะเดือดร้อนเรื่องเงิน  จะได้มีเวลาหาความสุขกันบ้าง” ฉันอดถามไม่ได้

“รินเองก็เคยคิดเหมือนกัน  แต่ก็เห็นว่าเรายังมีเงินเก็บกันไม่มาก  และปีนี้ก็จะปลูกบ้านด้วย  มีเงินเยอะๆจะได้สร้างบ้านสวยๆไว้อยู่ไง…อีกอย่างช่วงนี้คนไข้ก็ติดคลินิกเรามากอย่างที่ชัยว่า  ถ้าเปิดอย่างที่พิมบอก คงเสียลูกค้าแย่”

ฉันพยักหน้า ยอมรับเหตุผลด้วยความเข้าใจ…แต่ก็ยังไม่เห็นด้วยเหมือนเดิม

เข้าปีที่สามทั้งคู่ก็สามารถปลูกบ้านที่ใหญ่โตและสวยงามบนที่ดินผืนเดิมได้  จ้างคนสวนและคนใช้คอยดูแล  บ้านงดงามแต่ดูเหงาๆ แวะไปเยี่ยมที่ไรก็เจอแต่คนสวนกับคนใช้  เจ้าของบ้านยังคงฝังตัวอยู่ที่คลีนิกเช่นเดิม  ฉันได้แต่นึกในใจ  จะมีประโยชน์อะไรที่ต้องทำงานหนักเพื่อบ้านสวย  แต่ไม่มีโอกาสได้ชื่นชม

ย่างเข้าปีที่สี่ ทั้งคู่เริ่มระหองระแหงกัน  อาจด้วยงานที่หนัก หรืออาจเป็นเพราะเรื่องทายาทที่ยังไม่มีวี่แววว่าจะปรากฏ  ฉันเคยแวะไปเยี่ยมที่คลินิก  แต่ทั้งคู่ก็ดูทำงานกันยุ่งจนไม่อยากกวน  ฉันเคยถามวิชัยว่าทำไม ไม่จ้างหมอคนอื่นมาช่วยงานบ้าง  เขาบอกเสียดายเงินที่ต้องจ้าง  ทำคนเดียวสบายใจกว่า  และเงินก็ไม่รั่วไหล  พอเขาพูดเรื่องเงินขึ้นมาแบบนี้ฉันเลยไม่มีปัญญาจะตอบโต้  เพราะฉันเองพูดภาษาเงินไม่เป็น…และไม่เคยให้มันมามีอิทธิพลเหนือใจ

ปีที่ห้า  ทั้งคู่แยกทางกันเดิน  ฉันไม่รู้ถึงสาเหตุที่แท้จริง  แต่วิรินดามานั่งบ่นกับฉันว่า เสียดายเวลา 5 ปีที่ผ่านมา  ได้แต่ทำงาน…และงาน  แทบไม่ได้พักผ่อน ไม่เคยหาความสุขใส่ตัว  มัวแต่ตั้งหน้าตั้งตาหาเงิน…และหวัง  หวังไว้ว่าอนาคตข้างหน้าจะต้องมีความสุข  แต่สุดท้ายบ้านที่สร้างใหญ่โตก็ไม่มีโอกาสอยู่(ทั้งคู่ประกาศขายเพื่อแบ่งสินสมรส)

ฉันเองก็ได้แต่ปลอบใจว่า…ไม่มีอะไรที่สายเกินกว่าจะเริ่มต้นหรอก

หลังจากได้ฟังเรื่องราวของวิชัยกับวิรินดาแล้ว  ฉันไม่รู้ว่าคนอื่นได้คำตอบว่าอย่างไร  แต่สำหรับตัวฉันมีคำตอบสำหรับตัวเองเรียบร้อยแล้ว

ฉันยังคงเดินเอื่อยๆ ไปตามท้องทุ่ง  ดอกหญ้าที่เก็บมาตั้งแต่ต้นทางเริ่มเต็มกำมือ  ที่สุดปลายทางเดินแม้จะไม่พบว่ามีดอกไม้ดอกสวยรอการเก็บจากฉันอยู่  ฉันกลับพบว่าดอกหญ้าหลากชนิดที่อยู่ในมือ ก็เพียงพอที่จะทำให้ฉันรู้สึกถึงความสุขที่เต็มตื้นอยู่ในหัวใจ

ฉันยิ้มเบิกบาน  แว่วเสียงกลอนที่เพื่อนรักคนหนึ่งเคยท่องให้ฟัง แผ่วผ่านเข้ามาในความรู้สึก

ขอเธอพักผ่อน…ในวันที่อ่อนล้า
อย่าทุ่มเทเพียงเพราะว่า…เพราะต้องรีบไปให้ถึง
หลายสิ่งในชีวิต…เราจำเป็นต้องยึ้อยุดฉุดดึง
แต่นั่นไม่ใช่หนึ่งเดียวที่สำคัญ…

2 responses »

    • ขอบคุณมากค่ะ ^^ ห่างหายจากการเขียนมาหลายเดือน สงสัยจะต้องเริ่มเขียนอีกแล้วเพราะคำชมนี่ล่ะค่ะ 555

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s