ปัญญา-เรณู…เพราะโลกนี้มีเด็ก โลกจึงสวยงาม

มาตรฐาน

ผู้เขียนเป็นคนที่ชอบดูหนังที่มีเด็กๆ แสดงมานานแล้ว ไม่ว่าจะเป็นหนังชาติไหน การแสดงของเด็กๆ มักจะสดใส และน่ารักจับใจเสมอ (ไม่นับรวมหนังสยองขวัญหรือหนังชีวิตหนักๆ นะคะ)  หนังเรื่อง “ปัญญา เรณู” ก็เช่นกัน ดูแล้วประทับใจมาก ต้องขอบคุณน้องเล็ก น้องสาวที่น่ารักผู้ชักชวนให้ไปดูด้วยกัน (แม้เธอจะต้องดูเป็นรอบที่สองก็ตาม)

ปัญญา เรณู เป็นหนังที่สะท้อนชีวิตชนบทในภาคอีสานของไทยเราได้งดงาม อาจกล่าวได้ว่าเป็นชนบทในอุดมคติ หรือในอดีต (เพราะปัจจุบันไม่แน่ใจว่าชนบทใสๆ แบบนี้จะมีให้เห็นอีกไหม) ที่เด็กผู้เคยเติบโตมาจากบ้านนอกคิดฮอดถึง (ภาษาเหนือก็คงจะใช้คำว่า กึดเติงหา) ทั้งยังแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่าง “บวร” (บ้าน-วัด-โรงเรียน) ที่ยึดโยงกันอย่างเหนียวแน่น…พ่อ-แม่ที่ดี ครูที่น่ารัก พระที่น่าเคารพเลื่อมใส (และมีอารมณ์ขัน แบบพอเหมาะพอดี)

ถ้าไม่นับเรื่องความเป็นอยู่หรือเปรียบเทียบกันเชิงเศรษฐกิจ เด็กบ้านนอกนั้นดูจะโชคดีกว่าเด็กในเมืองเสมอ ตั้งแต่เรื่องการหลับ-การตื่น (ที่ไม่จำเป็นต้องตื่นตีสี่ตีห้าเพื่อให้ไปทันเข้าชั้นเรียนตอนแปดโมงเช้า เย็นๆ ต้องไปกวดวิชา กว่าจะกลับก็ค่ำมืด) การได้รับการเอาใจใส่จากพ่อ-แม่เต็มเวลา มีกลุ่มเพื่อนในหมู่บ้าน มีพื้นที่วิ่งเล่นกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา ฯลฯ เช่นเดียวกับหนังเรื่องนี้ที่สื่อออกมาได้ดี จนบางครั้งผู้เขียนก็อดไม่ได้ที่จะนึกโหยหาสังคมชนบทที่น่ารื่นรมย์แบบนั้น

ดูหนังเรื่องนี้แล้วอยากขอชื่นชมคนสร้างคือคุณบิณฑ์ บันลือฤทธิ์ ที่เลือกเรื่องราวแบบนี้มานำเสนอ ให้เครดิตคนเขียนบทที่สามารถผสานเรื่องต่างๆ ได้อย่างลงตัวไม่ว่าจะเป็นเรื่องความสัมพันธ์ของเด็กๆ ผู้ใหญ่ที่มีอำนาจ และความเชื่อต่างๆ ที่เกิดขึ้นจริงในถิ่นอีสาน รวมทั้งนักแสดงทุกคนที่น่ารักน่าชังไปหมด จนไม่รู้จะแบ่งใจชอบใครดี อ้อ…แต่ก็พอมีคนโปรดอยู่เล็กน้อย อย่างน้อง “น้ำขิง” ที่แสดงเป็น “เรณู” นางเอกของเรื่อง เธอแสดงได้น่ารักได้ใจมาก (โดยเฉพาะฉากที่เธอถอดกระโปรงเหลือกางเกงขาสั้นข้างใน เพื่อจะต่อยกับเด็กผู้ชายที่มาท้าดวลด้วย) อีกคนที่ชอบก็คือ “บักจอบ” เด็กชายฟันเหยิน เพื่อนบ่าวของ “ปัญญา” เพราะพอแกเอ่ยปากพูดที่ไร ก็ชวนฮาทุกทีสิน่า…

นึกถึงตอนท้ายเรื่องแล้วขำ เนื่องจากไปดูกับน้องๆ ที่เป็นพยาบาล ซึ่งก็คุยกันว่าฉากในโรงพยาบาลไม่ค่อยสมจริงเท่าไร น้องบอกว่า น่าจะมีที่ปรึกษาด้านนี้บ้าง เรื่องจะได้ดู “จริง” ขึ้นมาีอีกหน่อย…ผู้เขียนเองก็เห็นด้วย แต่ที่ขำเพราะนึกถึงว่าตัวเองก็เคยได้รับการปรึกษาเรื่องฉากแบบนี้จากน้องนักเขียนคนหนึ่งเหมือนกัน เธอบอกว่า เธอแต่งนิยายแล้วมีอยู่ฉากหนึ่งที่ไม่รู้จะเขียนยังไง เป็นฉากตอนที่พระเอกต้องขโมยตัวนางเอกซึ่งอาการโคม่าอยู่ในห้อง ICU ของโรงพยาบาล เธอถามว่า จะทำได้ยังไง…

โอ้แม่เจ้า…ขโมยคนไข้ที่โคม่าจาก ICU เนี่ยนะ!!! สำหรับคนที่ทำงานในโรงพยาบาลจะรู้ว่ามัน โค-ตรยากมากมาย หลังจากอธิบายวิธีที่พอจะเป็นไปได้ให้น้องฟัง เธอบอกว่า…ทำไมมันซับซ้อนและยุ่งยากแบบนี้ล่ะพี่ เออ…ก็นั่นแหละ คือถ้าจะให้สมจริง มันก็ยากแบบนี้ล่ะ น้องก็เลยบอกว่า สงสัยหนูจะต้องคิดบทใหม่แล้วล่ะ เลยบอกน้องไปว่า…ถ้าไหนๆ ตอนต้นเรื่องน้องก็โม้มาตลอดแล้ว (คือเรื่องที่เธอแต่งเป็นเรื่องแบบเหนือจริงประมาณ transformer) อย่ากระนั้นเลย น้องก็โม้ไปอีกสักหน่อยจะเป็นไรไป ไม่ต้องให้มันสมจริงแบบที่พี่บอกหรอก (ฮา)

สรุปว่า ปัญญา-เรณู เป็นหนังที่น่ารักถูกใจค่ะ ใครที่ยังไม่มีโอกาสได้ชม…เชิญได้นะคะ (รีบๆ หน่อยก็ดีค่ะ เพราะคิดว่าคงอยู่ในโรงได้อีกไม่นาน)

2 responses »

  1. น่าไปดูจัง….แต่การบ้านเพียบเลย…แง…แง…เดี๋ยวหนังจะออกไปจากโรงซะก่อน

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s