สุภาพสตรีห้ามเข้า

มาตรฐาน

อันเนื่องมาจากการไปเที่ยววัดหลายแห่งในจังหวัดเชียงใหม่กับกลุ่มเพื่อนๆ เมื่อไม่นานที่ผ่านมา สิ่งที่พวกเราเจอบ่อยๆ ก็คือป้าย “ผู้หญิงห้ามเข้า ผู้หญิงห้ามขึ้น” บริเวณพระธาตุหรืออุโบสถของหลายๆ วัด ทำเอาสงสัยกันว่าเหตุผลของการห้ามเข้า ห้ามขึ้นนั้นคืออะไรกันหนอ ได้แต่คาดเดากันไปว่าอาจเกิดจากการฝังสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไว้บริเวณฐานพระธาตุหรืออุโบสถ ฝังแล้วเป็นไง ทำไมต้องห้ามเฉพาะผู้หญิงด้วย ได้แต่สงสัยแต่ไม่มีคำตอบเพราะต่างคนก็ต่างไม่มีข้อมูลเชิงลึกจะถกกัน

กระทั่งมีโอกาสอ่านคอลัมน์ “ปริศนาโบราณคดี” ของอาจารย์เพ็ญสุภา สุขคตะ ใจอินทร์ หัวข้อ “ผู้หญิงห้ามเข้า ผู้หญิงห้ามขึ้น” ในมติชนสุดสัปดาห์ ก็เลยทำให้เข้าใจเรื่องนี้มากขึ้น จึงอยากนำมาเล่าให้เพื่อนๆ ฟังด้วยค่ะ

อาจารย์เพ็ญสุภาได้ยกความเชื่อทั้งทาง “พุทธ” และ “พราหมณ์” (ไสยศาสตร์) มาเล่าให้ฟัง ดังนี้

ในเชิงพุทธ อธิบายโดยใช้หลักพื้นฐานทางพุทธศาสนาที่บอกไว้ว่า พระภิกษุไม่สามารถถูกเนื้อต้องตัวสตรีได้ เพราะถือเป็นเพศที่มีความน่าพิศมัย ซึ่งอาจนำไปสู่ศีลที่ขาดกระจุยได้ ดังนั้นอุโบสถทางภาคเหนือหรือภาคอีสาน ลาว พม่า หลายแห่งจึงขีดเส้นห้ามไว้เพื่อไม่ให้ผู้หญิงเข้าไปยุ่มย่ามได้ แต่กรณีของพระธาตุนั้นอธิบายได้ยากกว่า เพราะดูเหมือนว่าองค์พระบรมสารีริกธาตุนั้นน่าจะถูกบรรจุไว้ในองค์เรือนพระธาตุซึ่งอยู่สูงลิบลิ่ว ซึ่งไม่น่าจะห้ามไม่ให้ผู้หญิงเดินทักษิณาวรรตใกล้ๆ องค์พระธาตุ แต่จากตำนานพระเจ้าเลียบโลกระบุไว้หลายฉบับว่า พระบรมสารีริกธาตุในภาคเหนือองค์สำคัญๆ  เ่ช่น พระธาตุหริภุญไชย พระธาตุลำปางหลวง พระธาตุดอยตุง ส่วนใหญ่จะฝังไว้ใต้พื้นดิน มิได้อัญเชิญขึ้นสู่องค์เรือนพระุธาตุตามลักษณะภายนอกที่มาห่มคลุมทีหลัง ฉะนั้นจึงไม่ควรที่จะให้ใครมายืนใกล้ๆ กับฐานเจดีย์ อย่างไรก็ตามก็มีข้อโต้แย้งว่า แล้วทำไมต้องห้ามเฉพาะผู้หญิงเท่านั้น ซึ่งคงจะใช้หลักทางพุทธอธิบายเรื่องนี้ไม่ได้แ่น่นอน

ในมิติของไสยศาสตร์ มีความเชื่อว่า “ระดู” ของผู้หญิงนั้นสามารถทำลายมนต์หรือคาถาอาคมได้ โดยสามารถเล่าย้อนกลับไปถึงเมื่อเกือบ 1400 ปีก่อน ในยุคสมัยของพระนางจามเทวี ปฐมกษัตรีย์ของเมืองหริภุญไชย (ลำพูนในปัจจุบัน) ที่ได้ใช้เลือดประจำเดือนป้ายชายผ้าซิ่นแล้วนำไปตัดเย็บเป็นมาลาให้กับ “ขุนหลวงวิลังคะ” ผู้ซึ่งอาสามารบเดิมพันรักจากพระนาง ด้วยการพุ่งหอกจากดอยปุยให้มาตกกลางเมืองลำพูนสามครั้ง หากสำเร็จพระนางจามเทวีจะต้องยินยอมเป็นชายาของขุนหลวงวิลังคะ

ว่ากันว่า หนแรกของการพุ่งหอกมานั้น หอกได้พุงตกเฉียดๆ ใจกลางพระราชวัง ทำให้พระนางจามเทวีชักกลัวว่าถ้าพุ่งครั้งต่อไป อาจสำเร็จก็ได้ จนกระทั่งสืบรู้มาว่าหอกดังกล่าวลงอาคมไว้ ทำให้สามารถพุ่งได้ไกลและแม่นยำ พระนางจึงแก้เผ็ดด้วยการใช้เลือดประจำเดือนป้ายที่หางใบพลู (เป็นที่มาว่าทำไมเวลากินหมากต้องเด็ดหางใบพลูทิ้ง) ให้ทหารเอาไปถวายขุนหลวงวิลังคะก่อนการพุ่งหอกครั้งที่สอง ซึ่งขุนหลวงวิลังคะก็รับมาด้วยความยินดี ด้วยเข้าใจว่านางมีใจให้ จึงรับมาลามาสวม รับหมากพลูมาเคี้ยว แล้วก็พุ่งหอกออกไป…ผลก็คือ หอกพุ่งตกลงมาเพียงแค่เชิงตีนดอยสุเทพเท่านั้น (บริเวณสวนบวกหาด) จึงได้รู้ว่า ตนเสียทีผู้หญิงซะแล้ว กล่าวกันว่า ตำนานนี้สร้างความหวาดกลัวเรื่องเลือดประจำเดือนของผู้หญิงให้กับหนุ่มเหนือแบบฝังจิตฝังใจ

และอย่างที่เราทราบกันดีว่า ในการสร้างองค์พระธาตุในทางเหนือนั้น มีหลักฐานระบุไว้ว่าได้มีการสร้างหรือผูก “ยนต์จักรผัน” หรือ “ยันตระ” ที่ลงคาถาอาคมแล้วฝังไว้รอบๆ องค์พระธาตุ เพื่อให้ทำหน้าที่คอยพิทักษ์ปกป้องพระบรมสารีริกธาตุจากสิ่งชั่วร้ายมาเฉียดกราย และสิ่งที่จะทำลายอาคมนี้ได้ก็คือ ระดูของผู้หญิง นั่นเอง ดังนั้นในอดีต แม้จะไ่ม่มีป้ายห้ามติดให้เห็นชัดเจนแบบในปัจจุบัน ผู้หญิงล้านนาเมื่อถึงวันนั้นของเดือน แม้อยากจะนำอาหารไปถวายพระสงฆ์ที่ศาลาวัดก็มิอาจทำได้ นอกจากนี้ยังมีความเชื่อที่ว่า หากมีรอบเดือนแล้วยังเดินไปใกล้องค์พระธาตุก็อาจทำให้มีเคราะห์ร้ายถึงขั้นตก “ขึด” หรือ กาลกิณี ซึ่งอาจได้รับภัยพิบัติแบบไม่ทราบสาเหตุได้

โดยสรุป อาจารย์เพ็ญสุภาอธิบายว่า ปริศนาเรื่อง ผู้หญิงห้ามเข้า ผู้หญิงห้ามขึ้น มีส่วนเี่ี่กี่ยวโยงทั้งความเชื่อทางด้านพุทธและไสยศาสตร์ปะปนกัน และฝังรากลึกกลายเป็นจารีตท้องถิ่นของชาวล้านนา ซึ่งต้องทำความเข้าใจถึงที่มาที่ไป แต่เรื่องของสิทธิสตรี ก็ยังคงเป็นเรื่องที่น่าจะได้รับการวิพากษ์วิจารณ์อีกครั้งในวงที่กว้างขึ้น (โดยส่วนตัวอาจารย์บอกว่า น่าจะเขียนแค่ว่า “ห้ามเข้า” หรือ “ผู้ไม่มีกิจธุระห้ามเข้า” ไม่น่าจะต้องเน้นว่า “สุภาพสตรีห้ามเข้า” จนทำให้ผู้หญิงต้องเกิดอาการน้อยอกน้อยใจ)

สำหรับตัวผู้เขียนเอง ได้อ่านเรื่องนี้แล้วก็ทำให้เกิดความเข้าใจที่กระจ่างขึ้น สิ่งที่ชอบสังเกตก็คือภาษาอังกฤษที่แต่ละวัดใช้ซึ่งบางป้ายไม่ได้สะท้อนสิ่งที่ภาษาไทยต้องการจะบอก เช่น ป้ายที่บอกว่า “No Lady” ใต้ป้ายคำว่า “สุภาพสตรีห้ามเข้า” เห็นแล้วขำค่ะ กลัวเพื่อนฝรั่งถามว่าทำไมต้องบอกว่า “ที่นี่ไม่มีผู้หญิง” แหม ตอบยากจัง ^^  ยิ่งถ้าภาษาอังกฤษไม่ค่อยแข็งแรง ยิ่งไปกันใหญ่ พาลนึกถึง talk show ของ Chris เรื่อง Monk don’t like you (ใครสนใจดูได้จาก link ข้างล่างนะคะ ฮาดี)



อ้างอิง

เพ็ญสุภา สุขคตะ ใจอินทร์. 2553. ปริศนาโบราณคดี: ผู้หญิงห้ามเข้า ผู้หญิงห้ามขึ้น. มติชนสุดสัปดาห์, 31 (1578), 76.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s