ความอ่อนล้า ที่มาพร้อมกับความสำเร็จ

มาตรฐาน

ไม่รู้จะเริ่มเขียน blog ยังไงดี เพราะมีเรื่องราวเกิดขึ้นกับชีวิตในช่วงเกือบยี่สิบวันนี้มากมายเหลือเกิน โดยเฉพาะในช่วงสามสี่วันก่อนหน้านี้

เริ่มจากวันเสาร์ที่ผ่านมาถูกยุงกัดแล้วมีอาการเหมือนผื่นแพ้ขึ้นทั้งตัว ไข้ขึ้น และมีอาการเจ็บคอนิดๆ แต่ไม่มากมาย วันอาทิตย์ดูเหมือนอาการจะดีขึ้น เพราะกินยากันไว้ทั้งพาราเซตามอลและแอนตี้ฮิสตามิน เช้าวันจันทร์ก็เข้ามาในตัวเมืองกรุงเทพฯ เพื่อเตรียมตัวสำหรับการสอบ proposal ที่จะมาถึงในวันพุธ ปรากฎว่าเช้านั้นคุณลุงต้องไปทำธุระที่ศาลสมุทรปราการ เลยต้องติดสอยห้อยตามไปด้วย (แบบตัวรุมๆ เหมือนเริ่มมีไข้อีกรอบ) ไปนั่งรอคุณลุงแบบหน้าเศร้า ไม่มีกะจิตกะใจทำอะไรเลยเพราะหัวเริ่มหนักๆ ยิ่งได้เห็นหน้าคนที่มาขึ้นศาลทั้งหลายที่ดูเศร้าใจ…ยิ่งไปกันใหญ่ บ้างจูงลูกหลานเด็กๆ มาด้วย ไม่รู้คดีแบบไหน บ้างก็เป็นนักโทษจากแดน 1 เดินลากโช่แกรกกราก มีผู้คุมเดินตามอยู่ข้างหลัง มีความรู้สึกว่าบรรยากาศในศาลคล้ายกับโรงพยาบาล เพราะทุกคนมาด้วยอารมณ์อมทุกข์ สิ้นหวัง

ด้วยความที่รู้สึกว่าตัวเองเริ่มไม่สบาย จึงเดินไปปิดพัดลมที่พัดมาบริเวณโต๊ะที่ตัวเองนั่งอยู่ นั่งไปสักพักก็มีพี่เจ้าหน้าที่คนหนึ่งเดินมาเปิดพัดลมให้ เพราะความหวังดี คงกลัวว่าจะร้อน ก็เลยบอกพี่เขาว่าไม่ค่อยสบาย พี่เจ้าหน้าที่ก็แสนใจดี เดินไปหยิบยาแก้ไข้พร้อมน้ำอีก 1 แก้วมาให้…ในที่ๆ ดูเหมือนเต็มไปด้วยความทุกข์ ก็ยังมีน้ำใจที่งดงาม ขอบคุณพี่เจ้าหน้าที่จริงๆ (เสียดายจำชื่อพี่ไม่ได้ แต่คิดว่าพี่คงเป็นคนดีที่น้ำใจงามมากๆ เพราะพี่เดินทักทายสารทุขก์สุขดิบของคนที่มาศาลไปตลอดทาง) อยากให้มีคนน่ารักๆ แบบนี้อยู่ทุกที่บนโลกใบนี้จัง

หลังจากที่คุณลุงเสร็จธุระที่ศาล  ก็ไปทานข้าวกลางวันกันที่ห้างจัสโก้ รัตนาธิเบศก์ เห็นร้านรวงว่างเปล่าติดป้ายให้เช่าต่อแล้วน่าใจหาย ไม่รู้เป็นเพราะผลพวงจากสงกรานต์หรือสงครามการเมืองที่ทำให้เป็นแบบนี้ ได้แต่หวังว่าเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวบ้านเราจะเฟื่องฟูขึ้น…สักวัน

เดินทางมาถึงคอนโดเพื่อนในซอยอารีย์เมื่อบ่ายโมงแก่ๆ รีบโดฟยาไปอีกหนึ่งชุด กินน้ำมหาศาลแล้วก็หลับไปเพราะความเพลีย ตื่นขึ้นมารู้สึกสดชื่นขึ้น ไปหาอาจารย์วัฒน์สิทธิ์ที่กาแฟวาวีเพื่อคุยกันถึงรายละเอียดในการสอบ proposal ได้น้ำได้ข้าวไปอีกชุด แรงก็กระเตื้องขึ้นอีกหน่อย กลับมานอนอีกรอบ แต่เริ่มรู้แล้วว่าอาการเจ็บคอที่เป็นมาตั้งแต่วันอาทิตย์ส่อเค้าไม่ปกติ พอวันอังคารเดินทางไปหาท่านอาจารย์สราที่ ม.มหิดล ก็รู้เลยว่า สงสัยไข้จะชึ้นอีกรอบ เลยขอตัวกลับก่อนทั้งที่ยังฟังการบรรยายของอาจารย์ไม่จบ

แล้วก็ถึงวันสอบ…เช้านี้ร้อนคอไปหมด (แต่ไม่ได้บอกใคร) ทานยาพาราเซตามอลไปอีก 2 เม็ด ไม่กล้าเริ่มยาลดน้ำมูกเพราะกลัวจะไปนั่งซึมๆ ในห้อง ตัดสินใจนั่งแท๊กซี่จากอารีย์ขึ้นทางด่วนไปลงจุฬาฯ เลย เพราะเหนื่อยและไม่อยากเดินในขณะรู้สึกตัวรุ่มๆ กลัวจะล้มไปซะก่อน ไปเจอเพื่อนๆ ที่มาให้กำลังใจในการสอบหลายคนมาก อ่า..ยังยิ้มได้ (แต่ใจเริ่มกังวล เกรงจะพูดไม่จบประโยค เพราะเสมหะมันมาจ่อๆ อยู่ในคอแล้ว)

ครั้นพอถึงเวลาสอบก็รู้สึกว่าตัวเองเร่งพูดในช่วงแรกๆ แล้วค่อยดีขึ้นในช่วงหลัง รู้ได้เลยว่าการนำเสนออะไรในวันที่ร่างกายไม่แข็งแรง เป็นอะไรที่แย่สุดๆ แต่การสอบก็ผ่านไปได้ด้วยดี เล่นเอาทั้งอาจารย์และเพื่อนลุ้นไปตามๆ กัน คำถามจากคณะกรรมการก็เยอะมาก ทำเอาหลังๆ คิดไม่ออกแม้แต่คำว่า scale ของตัวแปร ว่าอยู่ใน scale อะไร นึกถึงตัวเองตอนนั้นแล้วก็ขำ คือรู้ว่ามันมี 4 scales นึกได้แต่ scale ที่ 1 และ 2 ส่วน 3 และ 4 เบลอไปเลย…จำไม่ได้ เหมือนประสาทสมองมันแล่นช้าๆ และไม่ต่อเนื่องเชื่อมโยงกัน…เหนื่อยมาก แต่ก็ต้องอดทน

มีเรื่องขำๆ อีกเรื่องสองเรื่องที่เกิดขึ้นในการสอบ เรื่องแรกคือ การตอบว่า “ok” หลังจากที่คณะกรรมการให้ข้อเสนอแนะ อาจารย์ทุกคนทำหน้างงๆ แล้วถามว่า “คำว่า ok ของเราคืออะไร” เลยรู้ตัวว่าพูดไม่ชัดเจน และไม่สุภาพด้วยสำหรับการตอบคำถาม แต่ตอนนั้นนึกอะไรไม่ค่อยออก แต่ก็ทำให้ทุกคนขำกันใหญ่กับคำว่า ok ส่วนอีกเรื่องก็เป็นตอนที่คณะกรรมการถามถึงการ generalize ของงานไปสู่กลุ่มงานต่างๆ เราก็พูดขึ้นมาว่า “In my dream…” ทุกคนก็ตะลึงว่า โอ้โห… in my dream เชียวเหรอ ได้ยินเสียงท่านอาจารย์สราบอกว่าแค่ I wish ก็พอ (คำว่า dream มันไม่เป็นวิทยาศาสตร์ล่ะ) ขอบคุณอาจารย์ที่ช่วยเตือนค่ะ แต่งานวิจัยชิ้นนี้เป็นความฝันของเราอย่างที่บอกไว้จริงๆ (เป็นสิ่งที่ใช้ทั้งหัวใจและสมองคิดขึ้นมา) เป็นความมุ่งมาดปรารถนาที่จะให้คนที่ทำงานพยาบาลทุกคนได้รับการดูแลบ้าง…เพราะคนที่อยู่ในวิชาชีพนี้มักเป็นคนที่ห่วงคนอื่นอยู่เสมอ จนบางครั้งก็ลืมที่จะดูแลตัวเอง หรือลืมที่จะใช้สิทธิในการเรียกร้องให้คนอื่นมาดูแล

หลังการสอบ อาจารย์วัฒน์สิทธิ์พาไปเลี้ยงข้าวที่ครัวดอกไม้ขาว อาหารและเค้กอร่อยมาก (แม้จะไม่สบาย…แต่เรื่องกินนี่สู้ตายอยู่แล้ว) ตอนที่ไปถึงร้านใหม่ๆ รู้ได้เลยว่าร้อนคอไปหมด รีบขอน้ำจากน้องคนเสริฟ์ และอัดยาพาราเซตตามอลไปอีก 2 เม็ด หลังทานยาอาการดีขึ้น พูดคุยได้เป็นปกติ รู้สึกเหมือนตัวเองเหมือนป๊อบอายตอนกินผักโขม เสียแต่ว่าของเราเป็นยาพาราฯ เริ่มมีกำลังวังชา ถ่ายรูปกันสนุกสนาน พอทานเสร็จ…ก็พากันกลับบ้าน ระหว่างนั่งรถเริ่มรู้สึกตัวรุมๆ อีกแล้ว…อาการไข้และเจ็บคอกลับมาเร็วมาก กลับถึงคอนโดเพื่อนคอร้อนไปหมด  อัดน้ำ อัดยา…แล้วนอน

ตื่นขึ้นมาในเช้าของอีกวัน คราวนี้น้ำมูกเหลืองปนเขียวเลย ต้องทานยาแก้อักเสบ ยาลดน้ำมูก วิตามินซี แล้วนอน ตื่นขึ้นมาเพื่อนหญิงหาข้าวมาให้ทาน กินแล้วกินยาตาม แล้วนอนอีก ชีวิตวนเวียนอยู่ 3 จุดในห้อง คือ โซฟา โต๊ะอาหารและ ห้องน้ำ (เนื่องจากกินน้ำเยอะมาก) ตอนเย็นตื่นขึ้นมาค่อยสดชื่นขึ้นหน่อย เพื่อนหญิงออกไปซื้อข้าวมาให้ทานอีกแล้ว…โชคดีจังเลยน้า ที่มีเพื่อนน้ำใจงามคอยดูแล

ก็ได้แต่หวังว่า พรุ่งนี้นะ พรุ่งนี้…จะแข็งแรงขึ้น และเอาชนะความร้ายกาจของไข้หวัด (ไร้ชื่อ) นี้ให้ได้ แล้วจะได้ดำเนินชีวิตที่เป็นปกติสุขต่อไป และนั่นคือความอ่อนล้าของวันวานที่ข้ามโยงมาจนถึงวันนี้ แต่ความสำเร็จที่มี..ก็ทำให้ภาคภูมิใจ ^^ สอบ proposal ผ่านแล้วค่ะ

4 responses »

  1. ขอแก้สถานที่พาไปทานข้าวกลางวันๆนั้น คือ จัสโก้ รัชดา จ๊ะ

    และที่กินๆเข้าไป คือ ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นน้ำใส บ่ใจ้ข้าว…เน้อ

  2. อ้อ..ขอเพิ่มเติมว่าศาลเหมือนโรงพยาบาล จริงๆ เพราะคนที่ไปที่นั่น คือ ขนไข้ ที่เป็นคนต้องการหาหมอ(ทนายความ)

    ไปเพื่อหา ผู้พิพากษาที่ต้องวินิจฉัยโรก และรักษา..เพียงแต่ที่ศาลมีอีกฝ่ายหนึ่งคือฝ่ายที่เป็นโจทก์ ..เป็นผู้หากได้รับชัยชนะในศาล อาจหมายถึง เงิน ทรัพย์สิน ที่อาจได้คืน หรือ อาจได้คืนความเป็นธรรม จากการถูกรังแก หลายคน ไปเพื่อแสวงหา อิสระภาพ..มีญาติ พี่น้องตามไปเชียร์ ..แล้วจะเล่าให้ฟังเมื่อมีโอกาส…

    ผู้คนดุ่มเดินสับสนปนกัน…

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s