เด็กหญิงมุกประดับ

มาตรฐาน

ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำหรับการทำ proposal มักจะเป็นช่วงที่ทำให้เกิดกิจกรรมที่ไม่เกี่ยวกับเรื่องงานหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการปลูกต้นไม้ เลี้ยงปลา ถักผ้าพันคอ ปักครอสติส และอ่านหนังสือ อาจเป็นเพราะกิจกรรมเหล่านั้นเป็นสิ่งที่ง่ายกว่ากิจกรรมหลักที่จะต้องทำมาก (ยังเคยแอบนึกว่าถ้าทำ proposal ง่ายเหมือนถักผ้าพันคอ ปานนี้เรียนจบไปนานแล้ว…คิดอีกที ถ้ามันง่ายขนาดนั้น ป่านนี้ก็มีคนจบปริญญาเอกกันครึ่งค่อนประเทศแล้วซิ..พอคิดได้ ก็สามารถกลับมาจ่อจมกับงานเขียนใหม่)

และอย่างที่บอกไว้ การอ่านหนังสือก็เป็นกิจกรรมหลักอย่างหนึ่งที่ทำมาตลอด ไม่ว่าจะงานยุ่งแค่ไหน การได้อ่านหนังสือสักเล่มก็จะช่วยให้เกิดสมาธิและแรงจูงใจให้กลับมาทำงานหลักได้เป็นอย่างดี (คิดถึงตอนที่เรียนปริญญาโท ตอนนั้นเขียน proposal สลับกับการอ่านการ์ตูนญี่ปุ่นเรื่อง “น้ำตาเพชฌฆาต” ของ อิเคงามิ เรียวอิจิ คือทำ proposal ครึ่งชั่วโมง อ่านการ์ตูนครึ่งชั่วโมง (การ์ตูนมี 12 เล่มจบ) ทำสลับกันแบบนี้…แล้วงานก็สำเร็จออกมาจนได้ เป็นเรื่องแปลกในชีวิต..แต่จริง)

เวลาผ่านมาหลายปี ตอนนี้หาการ์ตูนอ่านสนุกๆ เหมือนเดิมยาก เลยต้องหันมาพึ่งหนังสือแนวอื่น ที่ชอบเป็นพิเศษช่วงนี้จะเป็นหนังสือแปลของญี่ปุ่น อย่างเช่น คินดะอิจิ (นับสืบหัวฟู), ซายากะ (นักสืบสาว), มิเกะเนโกะ โฮล์มส์ (แมวนักสิบ), โอนุกิ (ตำรวจนักสืบ), คู่ซ่าหลังคาเดียวกัน (คู่สามีภรรยาที่แปลกประหลาด สามีเป็นโจร, ภรรยาเป็นตำรวจ)…เอ รู้สึกจะค่อนไปทางเรื่องสืบสวนสอบสวนหมดเลย แต่นักเขียนที่ชอบที่สุดก็คือ โอตสึ อิจิ ผู้เขียนเรื่อง โทรศัพท์สลับมิติ, รอยสักรูปหมา, นัดหมายในความมืด, ZOO, ฤดูร้อน ดอกไม้ไฟ และร่างไร้วิญญาณของฉัน, ฉันหายไปในวันหยุด, GOTH, และ คลื่นถี่ความเหงา (ชอบทุกเรื่องทุกเล่ม)

นอกจากเรื่องที่พูดมา ก็จะแอบปันใจให้กับหนังสือรหัสคดี ที่คุณเรืองเดช จันทรคีรี เป็นบรรณาธิการอยู่ (ไม่พ้นเรื่องสืบสวนอีกแล้ว) แล้วก็มี งานเขียนของวินทร์ เลียววาริณ, ประภาส ชลชรานนท์, หนุ่มเมืองจันทน์, คำ ผกา, ปราบดา หยุ่น, นิธิ เอียวศรีวงศ์, รงค์ วงษ์สวรรค์, สตีิเฟ่น ฮอกกิ้ง (แปลโดย รอฮีม ปรามาส) อย่าง ประวัติย่นย่อของกาลเวลา จักรวาลในเปลือกนัท, ทันตแพทย์สม สุจิรา (ไอสไตน์พบพระพุทธเจ้าเห็น) ความรักของนักท่องเวลา รวมถึงพวกวรรณกรรมเยาวชนต่างๆ และอื่นๆ อีกมากมาย (นับไม่หวาดไม่ไหว)

ตั้งใจกับตนเองว่าจะพยายามเขียนเรื่องทุกเรื่องที่มีโอกาสอ่านลง blog นี้ เพื่อสะท้อนว่าตนเองคิออะไร ได้อะไรในการอ่านหนังสือเ่ล่มหนึ่งๆ และถ้ามันจะพอเป็นประโยชน์ให้กับคนอ่านบ้าง ก็เป็นสิ่งที่น่ายินดี

วันนี้จะขอพูดถึงหนังสือเรื่อง “เด็กหญิงมุกประดับ” งานเขียนของ 10 เดซิเบล ที่เคยติดใจสำนวนการเขียนของเขามาตั้งแต่เรื่อง “คณิตศาสตร์ รส.” (เป็นเรื่องสั้นเกี่ยวกับวิชาคณิตศาสตร์ที่เขียนได้เฮฮาจับใจมาก วันหลังจะนำมาเล่าสู่กันฟังค่ะ)

หนังสือพูดถึงเรื่องราวของ เด็กหญิงมุก หรือ มุกประดับ ซึ่งเป็นเด็กหญิงที่โลกบอกว่าเธอเป็นเด็กหญิงสติไม่สมประกอบ แต่ในความไม่สมประกอบนั้นกลับดูเหมือนว่าเธอจะมีความสุขมากกว่าคนที่ได้ชื่อว่า “เต็ม” แบบคนทั่วไป จนทำให้ผู้เขียน (10 เดซิเบล) เอง ก็อดตั้งคำถามกับตัวเองไม่ได้ว่า ใครกันแน่ที่มีความทุกข์มากกว่ากัน

อ่านเรื่องนี้แล้วทำให้นึกถึงผู้ชายไม่สมประกอบอีกคนหนึ่ง เขาสามารถเดินไปทั่วหมู่บ้านได้ทั้งวัน ยิ้มกับคนรอบข้าง หัวเราะกับใบไม้ใบหญ้า ไปนั่งเฝ้าครูสาวที่เขาชอบและชื่นชม (ในความสวย)  ที่เขาทำแบบนั้นไ้ด้เพราะเขาไม่เคยทำร้ายทำลายใคร เขาถูกดุบ่อย เพราะทำอะไรรุ่มร่าม (ไม่เหมาะกับกาลเทศะของสังคม) เขาอาจยิ้มแหยๆ กับคำดุนั้น แล้วก็เปลี่ยนเป็นยิ้มกว้างใหม่ในชั่วพริบตา (เหมือนว่าความทุกข์ของเขาแสนสั้น แต่ความสุขนั้นแสนยาว…) อดคิดไม่ได้ว่า…โลกที่เขามองเห็น คงไม่เป็นอย่างที่เรารับรู้

สรุปว่าบางครั้งก็อดไม่ได้ที่จะอิจฉาความสุขของคน “ไม่เต็ม” เหล่านั้น แต่ก็ทำให้ได้ข้อคิดบางอย่างว่า “แม้เราจะเปลี่ยนโลกไม่ได้…แต่เราสามารถเปลี่ยนมุมมองที่มีต่อโลกได้” สุข ทุกข์อยู่ที่ใจกำหนดค่ะ…พระท่านว่าไว้แบบนั้น

2 responses »

  1. สีเขียว = ความสุขสงบของใจเจ้าของ blog ค่ะ ^^
    ถ้าเปลี่ยนอีกที จะเอาสีชมพูแบบแจ๋นๆ เลยค่ะ อิอิ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s