New York, I Love You…และสังคมที่เปลี่ยวเหงา

มาตรฐาน

“Every Moment Another Story Begins”

New York, I love You เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่อยากดูตั้งแต่เห็นโปสเตอร์หนังแปะอยู่ที่หน้าลิโด้ อาจเพราะติดใจกับเรื่อง Paris Je T’aime ที่ฉายเมื่อปีก่อน ซึ่งทำได้ประทับใจมาก โดยเฉพาะฉากจบของเรื่องที่สรุปได้ดีว่าทำไมปารีสจึงเป็นเมืองที่ใครต่อใครรักและฝันถึง (อย่างน้อยขอให้ได้ไปเยือนสักครั้งในชีวิต ก็เพียงพอแล้ว)

ปารีสในเรื่อง Paris Je T’aime งดงาม น่าอยู่ อาจเพราะมีกลิ่นอายของรากเหง้าทางวัฒนธรรมที่สืบต่อกันมานาน ชวนให้นึกถึงอดีตอันรุ่งเรืองของเมือง และการดำเนินชีวิตผ่านกาลเวลาของผู้คน (ถึงแม้ในปัจจุบันจะเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยอาชญากรรมก็เถอะ) แต่ New York, I Love You ไม่ได้สะท้อนภาพแบบนั้น สิ่งที่เห็นก็คือเรื่องราวของ Sex และพฤติกรรมเสี่ยงในการใช้ชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการดื่มเหล้า สูบบุหรี่ และกินอาหารขยะ รวมไปถึงการใช้ชีวิตแบบแปลกแยกและโดดเดี่ยว

อย่างไรก็ตาม หนังเรื่องนี้ก็สามารถสะท้อนภาพชีิวิตของสังคมอเมริกันได้ดี แต่เป็นสังคมที่ผู้เขียนไม่ชื่นชอบเอาซะเลย ดังนั้นตัวของหนังเองจึงไม่สามารถดึงดูดให้ผู้เขียนรู้สึกรักความเป็นนิวยอร์กได้ นอกจากนี้ประเด็นที่นำเสนอในเรื่องสั้นหลายๆ เรื่องที่เกิดขึ้นต่างกรรมต่างวาระยังแปร่งปร่า เหมือนเป็นชิ้นส่วนแตกแยกที่ยากจะประสานเป็นเนื้อเดียวกัน (หรือคนทำหนังอยากสะท้อนว่า นิวยอร์กมีเสน่ห์เพราะความแตกต่างของเรื่องราวที่เกิดขึ้น…ก็ไม่อาจรู้ได้)

หนังพูดถึงนักล้วง 2 คนที่พยายามช่วงขิงความเป็นหนึ่งในอาชีพ (ที่ไม่ควรค่าแก่การเอาเียี่ยงอย่าง) หนุ่มนักเขียนที่พยายามเกี้ยวโสเภณี หนุ่มสาวที่ต้องการมาเจอกันด้วยเรื่องความปรารถนา (ความใคร่) ที่ร้อนแรง การเป็นชู้ทางใจของหนุ่มสาวต่างวัฒนธรรม ความรักของหนุ่มโปรแกรมเมอร์กับสาวนักจัดการ และเรื่องอื่นๆ อีก 6 เรื่อง

เรื่องที่ชอบที่สุดน่าจะเป็นเรื่องของคุณตาคุณยายที่พากันออกไปเดินเล่น ได้เห็นการแสดงความรักของคนที่อยู่ด้วยกันมานานผ่านการพูดบ่นซ้ำๆ (ด้วยความเป็นห่วง…ปนรำคาญ) สิ่งหนึ่งที่สะท้อนว่าสังคมปัจจุบันทอดทิ้งผู้สูงอายุแบบไม่ตั้งใจคือ การที่ลูกๆ โทรมาถามข่าวคราว โดยใช้คำพูดแค่ไม่กี่คำ “แม่สบายดีไหม? ทานข้าวหรือยัง? ต้องการอะไรไหม?” ดูเหมือนว่าจะเป็นคำพูดที่ไร้ความหมายโดยสิ้นเชิงสำหรับคนที่เป็นพ่อเป็นแม่

ดูหนังเรื่องนี้แล้วก็ย้อนกลับมาคิดถึงตัวเอง เราทอดทิ้งพ่อแม่โดยไม่ตั้งใจกันอยู่หรือเปล่า แค่โทรศัพท์ไปถามข่าวคราวเพียงพอไหม? และหากทุกวันนี้เราใช้แค่โทรศัพท์เป็นสายป่านโยงใยความสัมพันธ์ระหว่างเรากับท่าน เป็นไปได้ไหม ที่สายป่านเส้นนั้นมันจะบางเบาลง ทุกวัน ทุกวัน…

5 responses »

  1. ว้าย ตายแล้ว จะขอบอกโทรศัพท์มันไม่ทำงาน เครือข่ายหลุด ติดไวรัส ทำไงดี ไวรัสมันก็ช่างเลือก ไม่รับสายคนบางคนอีกต่างหาก โอเย โอเย

  2. เพ็ญ เพ็ญ เรื่องใหม่ของพี่ สนุกมากอยากให้ไปอ่าน อ่านแล้วก็ยิ้มไปขำไป ไม่เชื่อลองไปอ่านดู
    http://saraarphorn.wordpress.com เรื่อง สะกดผิด เบลอแต่เช้านะ

  3. เพ็ญ ถ้าคนเรามีทั้ง blog twitter และ facebook ก็คงจะยุ่งๆนะ ดังนั้นเลือกมีแค่ สอง ไอเท็มก็พอดีกว่า

    • แล้วถ้ามีทั้ง Hi5, Facebook, Twitter และ Blog ล่ะค่ะ จะยุ่งแค่ไหน ^^
      ถึงยุ่งแต่ก็สนุกนะคะ เพราะเป็นเพื่อนคนละกลุ่มกัน…

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s