คนรู้ใจ…ที่ไม่ใช่แฟน

มาตรฐาน

อยากเขียนถึงพี่สาวที่แสนดีคนหนึ่ง ผู้ซึ่งไม่ได้เป็นพี่น้องร่วมสายเลือด ไม่ได้เป็นญาติใกล้ชิด…แต่กลับรู้สึกผูกพันกันมากมาย (ถ้าเชื่อว่าเวรกรรมมีจริง…ต้องบอกว่าพี่สาวกับผู้เขียนคงทำ “กรรมดี” ร่วมกันมาในชาติที่แล้ว จึงได้มาหนุนนำกันในชาตินี้)

เราพบกันครั้งแรกในโลกของ internet ใน “ถนนนักเขียน” ของ website pantip.com ตอนนั้นจำได้ว่าตัวเองเขียนเรื่องหลายเรื่องลงใน website เรื่องเด่ินๆ ก็คือ “เรื่องเล่าจากห้อง ICU” ซึ่งมีคนเข้ามาอ่านและ comment มากมาย และการ comment ของคนที่เข้ามาอ่านตอนนั้น ส่วนใหญ่จะใช้ภาษาดอกไม้ในการแสดงความคิดเห็นต่อกัน (ไม่เหมือนสมัยนี้…ดูจะรุนแรงและไม่ค่อยแคร์ความรู้สึกของคนอื่น) น่าเสียดายที่ไม่ได้ save รายละเอียดของข้อความเหล่านั้นเก็บไว้ เพราะรู้สึกว่าเป็นข้อความที่ให้กำลังใจกันจริงๆ ในถนนนักเขียนตอนนั้นจะมีนักคิดนักเขียนหลากหลาย แต่ละคนจะมีความโดดเด่ินในเรื่องการเขียนต่างกันไป ใครชอบแบบไหนก็เข้าไปอ่านหรือติชมกันไ้ด้ คล้ายๆ กับที่เขาเรียกกันว่า “แฟนคลับ” ในสมัยนี้

สำหรับผู้เขียนเองใช้นามปากกาว่า “น้องแจ่ม” เนื่องจากเริ่มต้นเขียนเรื่องที่มีตัวละครชื่อน้องแจ่ม ซึ่งเป็นเด็กผู้หญิงอายุ 12-13 ปี ที่ต้องเข้าไปรักษาตัวอยู่ในห้อง ICU แห่งหนึ่ง สิบกว่าวันที่น้องแจ่มอยู่ใน ICU เธอได้บอกเล่าเรื่องราวผ่านบันทึกที่สะท้อนการทำงานของพยาบาล หมอและคนไข้ที่อยู่ในห้องร่วมกัน (ซึ่งจริงๆ ก็คือการสะท้อนภาพของ ICU ตามมุมมองของผู้เขียน จึงทำให้ผู้เขียนเองรักเรื่องนี้มาก และภูมิใจที่สามารถเขียนได้จนจบ กลับไปอ่านที่ไรก็จะรู้สึกว่า ตอนนั้นตัวเองก็มีทัศนคติต่อโลกในเชิงบวกไม่น้อยไปกว่าตอนนี้เลย…)

ความสัมพันธ์ของคนเขียนเรื่องกับคนอ่านในถนนนักเขียน ณ  เวลานั้นดีมากๆ บางทีเราก็เขียนเรื่องเกี่ยวพันถึงกัน บ้างก็ขอชื่อและลักษณะเฉพาะตัวของเพื่อนนักเขียนไปสร้างเป็นตัวละครใหม่ อย่างเรื่อง “ตะวันรุ่งกับเดือนแจ่ม” ที่คุณคนไทยในลอนดอนบอกไว้ว่า “…ขออนุญาตกล่าวถึงที่มาของเรื่องนี้ก่อนนะครับ นั่นคือ จากช่วงเวลาที่ผมได้เขียนเรื่องราวมาในถนนนักเขียน ก็มีผู้อ่านหลายท่านได้ติดตามและเขียนแสดงความเห็นตอบผมมาตลอด โดยเฉพาะในขณะที่ผมเขียนเรื่อง วัฏจักรแห่งนิรันดร์ และมีการหยอกกันเล่นๆ ว่า ผมจะนำชื่อบางท่านมาเป็นตัวละครในเรื่องใหม่ที่คิดว่าจะเขียน และทำให้ได้ชื่อสองท่านที่ผมเห็นว่าเพราะ นั่นคือคุณ rising_sun และคุณน้องแจ่ม (ขออภัยที่เอ่ยนามครับ) โดยในตอนแรกผมตั้งชื่อว่า ตะวันรอนและเดือนแจ่ม แต่ก็มีผู้อ่านหลายท่านกรุณาทักท้วงมาว่าชื่อตะวันรอนนั้นหมายถึงอาทิตย์ตกดิน ผมจึงได้เปลี่ยนมาเป็นชื่อ “ตะวันรุ่งกับเดือนแจ่ม” ในที่สุด…”

บ้างก็แต่งกลอนเพราะๆ ให้ อย่างคุณหนอนสุรา ที่เขียนส่งมาว่า
ดาวพราวพรายพร่างฟ้า……………………..พาฝัน
ดาวกระพริบกระซิบสวรรค์…………………สั่งฟ้า
สั่งฝากแจ่มแรมจันทร์……………………….จรลับ ลาฤา
เพรียกเรียกอยากเห็นหน้า…………………..แจ่มเจ้าจันทร์นวลฯ

นอกจากเพื่อนนักเขียนที่คุยกัน ผู้เขียนก็มีโอกาสได้คุยกับเพื่อนนักอ่านคนอื่นๆ อีกหลายคน และ “พี่สาว” ก็เป็นหนึ่งในนั้น จำได้ว่าเราคุยกันผ่านการ comment ไม่กี่ครั้ง เพียงแต่ว่าในช่วงเวลานั้น ผู้เขียนได้เข้ามาเรียนต่อปริญญาโทที่กรุงเทพ จึงได้นัดทานข้าวกันพร้อมกับเพื่อนนักเขียนอีกคนหนึ่ง

ว่ากันว่า internet เป็นเพียงประตูบานหนึ่งที่เปิดให้เราเข้าไปพบเจอใครต่อใครหลายคนที่เราไม่อาจเจอะเจอได้ในโลกปกติ อาจด้วยข้อจำกัดของระยะทางหรืออื่นๆ แต่เมื่อได้เปิดเข้าไปแล้ว ก็เป็นหน้าที่ของเราเองแล้วล่ะ ว่าเราจะเลือกที่จะพบคนแบบไหนหรือเลือกที่จะคุยกับใคร สำหรับผู้ใหญ่ที่มีวุฒิภาวะคงจะเป็นเรื่องง่ายที่จะท่อง internet ด้วยความปลอดภัย แต่สำหรับเด็กๆ การไร้ซึ่งประสบการณ์หรือความไร้เดียงสา เป็นเหตุผลหนึ่งที่อาจทำให้พวกเขาถูกล่อลวงได้โดยง่าย ดังนั้นในโลกที่ high technology เข้ามามีบทบาทสำคัญกับการดำรงชีวิตแบบนี้ ผู้ปกครองจึงควรให้ความใส่ใจกับการท่อง web ของลูกด้วย อย่าคิดเพียงว่า “…ดีกว่าลูกไปติดยาบ้าหรือมั่วกับเพื่อนข้างนอก” เพราะในความเป็นจริง โลกภายใน internet (ที่ลูกเข้าไปคลุกคลีอยู่) อาจแย่ยิ่งกว่าโลกภายนอกที่เราสามารถมองเห็นด้วยสองตา…ก็เป็นได้

สำหรับผู้เขียน เป็นเรื่องที่โชคดีมากๆ ที่ได้เรียนรู้ internet ในยามที่ตัวเองเป็นผู้ใหญ่ ได้พบ ได้คบกับคนดีๆ ในโลกไซเบอร์ อย่าง “พี่สาว” ซึ่งตอนนี้เราทั้งคู่ก็เปิดประตูออกจากโลกใบนั้นและคุยกันอย่างเปิดเผย ได้รู้จักครอบครัวของกันและกัน ได้โทรคุยหรือบอกเล่าเรื่องราวของกันและกันเสมือนหนึ่งเป็นพี่น้องท้องเดียวกันที่คลานตามกันออกมา

มันอาจเป็นเรื่องแปลกที่เวลาเริ่มต้นเล่าเรื่องของการพบกัน เราขึ้นต้นด้วยคำว่า “…เจอกันทาง internet” แต่เรื่องที่แปลกมากกว่านั้นก็คือเราสามารถคงความสัมพันธ์ที่ดีๆ ต่อกันได้ต่อเนื่องและยาวนาน และเนื่องจากเรามีอายุที่ห่างกัน 1 รอบพอดี (12 ปี) จึงทำให้เราสองคนพูดกันเล่นๆ ว่า “พี่สาวคืออนาคตของผู้เขียน ส่วนผู้เขียนก็คืออดีตของพี่สาว” เราเรียนรู้ชีวิตผ่านอดีตและปัจจุบันของกันและกัน เพื่อตบแต่งให้ชีวิตในอนาคตเข้ารูปเข้ารอยและงดงาม  ทุกครั้งที่พูดคุยกันก็จะพูดแต่เรื่องสร้างสรรดีงาม พากันไปสู่ทางที่สว่างขึ้นเรื่อยๆ (ซึ่งอาจคือความหมายของคำว่า กัลยาณมิตร) จึงถือว่าเป็นคนรู้ใจ…ที่ไม่ใช่แฟน

อยากบอกพี่สาวว่า ขอบคุณมากมาย สำหรับคำปรึกษา กำลังใจ และความไว้เนื้อเชื่อใจที่มีต่อน้องสาวคนนี้ตลอดมา ขอบคุณช่วงเวลาดีๆ ที่เราได้พบและคบกัน ขอบคุณจากหัวใจค่ะ…

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s