โชคดีที่ได้ดู

มาตรฐาน

เป็นเรื่องที่โชคดีเอามากๆ ที่เมื่อคืนได้ดูรายการ “วู้ดดี้เกิดมาคุย”  เพราะแขกรับเชิญของคืนดังกล่าวคือ ท่าน ว.วชิรเมธี

1253074524

เนื่องจากได้ยินได้ฟังมามากมายเกี่ยวกับความเป็นนักบวชนักปราชญ์ที่เก่งกาจของท่าน แต่ก็ไม่เคยมีโอกาสได้ฟังท่านพูด และไม่เคยอ่านหนังสือที่ท่านเขียน เคยเห็นท่านออกทีวีในบางรายการ แต่ก็จะเป็นการตอบคำถามแบบสั้นๆ ตามประเด็นที่ผู้จัดรายการถาม แต่ไม่เคยได้ฟังแบบยาวๆ หรือเป็นคำถามประเด็นเฉียบๆ อย่างที่วู้ดดี้ถาม (เป็นคำถามเดียวกับที่ตัวเองเคยสงสัยมาก่อน)

โดยส่วนตัวแล้วชอบการจัดรายการและการสัมภาษณ์ของวู้ดดี้มานานแล้ว ตั้งแต่สมัยที่เป็นรายการ I-DNA  ติดตามเรื่อยมา จนกระทั่งรายการหายไปช่วงหนึ่ง ยังคิดเสียดายว่า จะมีโอกาสได้ดูรายการดีๆ แบบนี้อีกหรือเปล่าหนอ จนได้มาเจอ วู้ดดี้เกิดมาคุย ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าดีใจมากๆ จึงคอยติดตามรายการแบบสม่ำเสมอ ยกเว้นกรณีติดธุระ ก็จะเข้าไปตามดูเทปย้อนหลังใน website Hip-TV ของ modern nine TV

ไม่รู้คนอื่นคิดยังไง แต่ตัวผู้เขียนเองคิดว่าวู้ดดี้เป็นคนที่มีความสามารถ มีกาลเทศะ (สังเกตจากการจัดรายการ สำหรับคนที่พอจะเล่น เย้าแหย่ได้ เขาจะทำเหมือนบทละคร แต่ถ้าเป็นแขกรับเชิญที่เป็นผู้ทรงภูมิหรือบุคคลที่เป็นผู้ใหญ่ เขาก็จะมีวิธีการในการสัมภาษณ์อีกแบบที่ให้เกียรติผู้ถูกสัมภาษณ์เสมอ) นอกจากนี้ประเด็นคำถามต่างๆ ที่วู้ดดี้ถาม ก็จะเป็นประเด็นที่สะท้อนตัวตนของผู้ถูกสัมภาษณ์และทำให้เราได้เรียนรู้วิธีคิดและพฤติกรรม (ที่ทั้งควรเอาอย่างและควรหลีกเลี่ยง) ของเขาเหล่านั้น อยากบอกว่า “วู้ดดี้ นายแน่มาก” ถ้าได้มีโอกาสเข้ามาอ่าน blog นี้ ก็ขอให้รู้ว่ามีคนอีกคนหนึ่งที่ชื่นชมงานของคุณอยู่ (แบบไกลๆ)

สำหรับวันที่สัมภาษณ์ท่าน ว. รายการนำเราไปยัง อาศรมอิสรชน ที่จังหวัดเชียงราย ได้เห็นวู้ดดี้นั่งสัมภาษณ์ท่านในบรรยากาศที่อยู่ท่ามกลางขุนเขา ดูสงบและสบาย ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้คนดูรายการก็รู้สึกสงบและสบายไปด้วย ประเด็นในการถามวันนี้มีหลากหลาย ตั้งแต่เรื่องทั่วไปจนถึงเรื่องที่ทำให้เกิดความเข้าใจในแก่นของพุทธศาสนา

ตัวอย่างของคำถาม ได้แก่ “ทำไมท่านถึงสามารถให้คำสอนเกี่ยวกับเรื่องเพศ ความรัก หรือเรื่องทางโลกอื่นๆ ทั้งๆ ที่ท่านบวชมาตั้งแต่อายุ 13 (คำถามดูแฝงนัยยะว่า ท่านเป็นพระจะรู้เรื่องทางโลกมากกว่าคนที่อยู่ในทางโลกเองจริงๆได้อย่างไร?)” ท่าน ว. ย้อนถามวู้ดดี้ว่า วู้ดดี้รู้จักยาเสพติดไหม แล้วรู้ไหมว่ามันไม่ดี เคยลองหรือไม่…ถ้าไม่เคยลอง รู้ได้อย่างไรว่ายาเสพติดไม่ดี (คำตอบ…เรื่องบางเรื่องสามารถอนุมานกันได้โดยไม่จำเป็นต้องลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง)

ส่วนคำถามที่ว่า “ท่าน ว. เชื่อในเรื่องชาตินี้ชาติหน้าหรือไม่ ทั้งๆ ที่เป็นเรื่องที่พิสูจน์ไม่ได้” ท่านบอกท่านเชื่อ การที่ไม่สามารถพิสูจน์โดยใช้หลักการทางวิทยาศาสตร์ ก็ไม่ได้หมายความว่าเรื่องนั้นไม่มีจริง เช่น ความรัก ก็พิสูจน์ไม่ได้ แต่ทำไมเราจึงเชื่อว่ามันมีจริง (คำตอบ…เรื่องบางเรื่องแค่ใช้ “ตา” มอง…อาจจะไม่เห็น และวิทยาศาสตร์ก็มีข้อจำกัดในตัวของมันเอง)

ตอนที่กำลังเขียน blog นี้อยู่ ก็คิดในใจว่า มีเรื่องราวดีๆ ตั้งหลายเรื่องที่น่าจะนำมาถ่ายทอดไว้ในนี้ แต่ตัวเองจำไม่ได้ทุกเรื่อง จะทำยังไงดีหนอ หรือต้องกลับไปดูเทปของวู้ดดี้อีกครั้ง… แล้วปาฎิหารย์ก็บังเกิด เนื่องจากขณะ on MSN ค้างไว้ ก็มี pop-up ขึ้นมาว่ามี mail ใหม่ จากน้องมน (น้องที่เคยรู้จักกันตอนไปเรียนประวัติศาสตร์ล้านนา) จึง click เข้าไปดูแล้วพบว่า น้องมนส่งคำสอน คำคมของท่าน ว. ที่รวบรวมจากรายการวู้ดดี้เมื่อคืนมาให้ (ดูเหมือนจะได้มาจาก web pantip) โอ้โห…อะไรจะบังเอิญปานนั้น เลยขออนุญาตผู้เขียนใน pantip (ซึ่งเป็นใครก็ไม่ทราบนะคะ แต่คิดว่าคงเป็นคนดี และเป็นกัลยาณมิตรกับผู้อ่านทุกคนแน่นอน) ยกสิ่งที่เขารวบรวมมาให้อ่านกันตรงนี้ด้วย…ตามนี้ค่ะ

(๑) ว่าถึงเรื่องการดั้นด้นตามไหว้พระวัดดังๆ ของชาวพุทธบางกลุ่ม: ท่านสอนว่า “ไหว้พระตามแนวพุทธ ไหว้ด้วยใจ”

(2) เรื่องการฆ่าสัตว์เล็กๆ ที่เราไม่เองไม่รู้ตัว: ท่านสอนว่า ” กรรมไม่มี บาปไม่มี หากไม่ได้เจตนา ให้ดูที่เจตนาเป็นสำคัญ”

(3) เรื่องการดูหมอ : ท่านกล่าวว่า ” คนที่รู้จักตัวเอง ไม่จำเป็นต้องหาหมอดู.. ดีชั่วอยู่ที่ตัวทำ สูงต่ำอยู่ที่ทำตัว” ท่านไม่เชื่อเรื่องหมอดู แต่ท่านเชื่อ กฎแห่งกรรม กฎแห่งการกระทำ กฎที่บอกว่า ชีวิตเราจะเป็นอย่างไรขึ้นอยู่กับตัวเรา

(4) การห้อยพระ: ท่านกล่าวว่า “กฎแห่งกรรมของพระพุทธเจ้าก็เป็นหมัน เพราะง้างกับกฎแห่งกรรม ” วู้ดดี้เลยโยงถึงเรื่อง ธุรกิจพิมพ์พระ ซึ่งท่านกล่าวว่า “บาปไม่บาปให้วัดที่เจตนา  หากมีเจตนาเพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า ก็ไม่บาป”

(5) การแก้กรรม: ท่านกล่าวว่า “คนไทยชอบแก้กรรม เหมือนเราถูกมัดไว้แล้วต้องมานั่งแก้ กรรมคือตัวความคิดของเรา ง่ายนิดเดียวคือการเปลี่ยนความคิด” และท่านเสริมว่า หลายสิ่งหลายอย่างพิสูจน์ไม่ได้ในห้องแล็บ ของพวกนี้ไม่ได้เห็นด้วยตา แต่เห็นด้วยปัญญา สิ่งสำคัญไม่ใช่โลกหน้ามีรึไม่มี แต่โลกนี้มีอยู่จริงและเราใช้ชีวิตอย่างไร

(6) พุทธพาณิชย์ : ท่านกล่าวว่า “ให้วัดที่เจตนา.. หากท่านพิมพ์คำเทศน์ คำสั่งสอนเป็นหนังสือ อ่านกันได้ทั่วโลก กำไรคือสติ ปัญญา การหายโง่ งมงาย ไม่ใช่พุทธพาณิชย์  หาวัดกำไรเป็นเม็ดเงินนั่นแหละคือพุทธพาณิชย์”

(7) เรื่องค่าตัวท่านในการนิมนต์เทศน์ : ท่านกล่าวว่า “ท่านเป็นพระ ไม่มีต้นสังกัด ไม่มีค่าย ท่านเป็นต้นสังกัดของตัวท่านเอง เวลานิมนต์อย่าถามเรท ถ้าท่านว่างและเห็นว่าเป็นประโยชน์ ท่านก็ไปให้” ท่านยังเสริมอีกว่า ถ้าคุณเป็นคนดี นั่นก็บรรลุวัตถุประสงค์ของการมีวัด วัดอยู่ที่ใจคุณแล้ว

(8) คำถามจากผู้ชมทางบ้าน: (8.1) ถ้าเราไม่เคารพพระที่เราไม่ชอบ เพราะประพฤติมิชอบ บาปไหม ท่านตอบว่า “ถ้าไม่มีความดีให้เราเคารพ ก็ไม่ควรเคารพ ไม่เสียหายอะไร คนเราจะเคารพคนที่สูงกว่าเรา ดีกว่าเรา เป็นเรื่องปกติ ถ้าเราไปเคารพคนที่ไม่ควรเคารพ อันนี้บาป” (8.2) ถ้านำแกนนำเหลือง-แดงมาให้ท่านเทศน์ ท่านจะเทศน์อย่างไร ท่านฝากไว้สองข้อว่า 1. อย่าเห็นแก่ตัว จนไม่เห็นหัวประเทศไทย  2. ต้องยอมถอย เพื่อที่จะก้าวไปข้างหน้า

(9) คนเราจิตตก จะมีวิธีแก้อย่างไร: ท่านสอนว่า “จิตตก ก็ยกจิต ต้องออกจากสภาพแวดล้อมแบบนั้น หาหนังสือธรรมอ่าน..” ท่านยังเสริมถึงเรื่องกัลยาณมิตร คือเพื่อนแท้ ที่คนจิตตกควรมีและสร้างให้มีได้ ส่วนปาปะมิตรคือเพื่อนเลว ที่ดีงชีวิตเราให้ต่ำลง

(10) มาหาพระพุทธเจ้าอย่าขอ แต่บอกว่า พระพุทธองค์จะเป็นต้นแบบของเรา ท่านมีหน้าที่สร้างแรงบันดาลใจ พระพุทธศาสนาไม่ใช่ศาสนาแห่งการขอ เป็นศาสนาแห่งการลงมือทำ การลงมือทำเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน

(11) บุคคลต้นแบบของท่าน ว. 
      (11.1) พระพุทธเจ้า
      (11.2) ท่านพุทธทาสภิกขุ – เป็นแรงบันดาลใจในการคิดนอกกรอบ กล้าคิดกล้าทำ ยินดีที่จะพูดความจริงโดยไม่กลัวว่าตัวเองจะต้องตาย
      (11.3) พระพรหมคุณาภรณ์ – มีความแม่นยำในพระธรรมวินัย ท่านเป็นพระที่ไม่ได้จบจากนอก แต่ท่านสามารถสอน ที่ Harvard University ได้
      (11.4) ท่านดาไล ลามะ – ความรู้ทั้งทางโลกและทางธรรมดีเลิศ ท่านเป็นพระที่อยู่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับชาวโลก เป็นพระที่ชาวโลกสัมผัสได้
      (11.5) ท่านติช นัท ฮันท์ – พระชาวเวียดนาม

(12) พูดถึงกิเลสที่ทำให้เกิดความอยาก : ท่านกล่าวว่า “ความอยากมี 2 อย่าง  หนึ่งอยากเพราะถูกกดดันด้วยตัวกิเลส และสอง อยากเพราะถูกผลักดันโดยปัญญา อย่างหลังเป็นความอยากที่ถูกต้อง

(13) เรื่องการระงับอารมณ์ทางเพศของพระ: ท่านกล่าวว่า ความสุขทางเพศรสเป็นความสุขขั้นต่ำ ของบันไดความสุข กามารมณ์เกิดจากความคิด ถ้าเราไม่ต่อยอดความคิด ความรู้สึกทางกามารมณ์ก็ไม่มีตัวตน ท่านอธิบายขั้นของความสุขไว้ว่า ปัญญาสุข คือความสุขจากการแสวงหาปัญญา  สมาธิสุขคือความสุขจากการนั่งสมาธิ ทำจิตให้สงบ สารแห่งความสุขจะแผ่ไปทั่วร่าง และความสุขสุดยอดคือนิพพานสุข เป็นความสุขตลอดกาล เป็นความสุขที่ปราศจากกิเลสทั้งปวง

ประเด็นทั้ง 13 เรื่องคนเขียนจาก pantip เก็บมาได้เกือบหมด ผู้เขียนอยากเพิ่มเติมอีกเรื่องเดียว คือตอนที่ท่าน ว. พาวู้ดดี้ไปไหว้ “พระยิ้ม” แล้วท่านก็พูดขึ้นว่า พระพุทธ(เจ้า) เปรียบเหมือน แบบอย่างที่ดี (role model) ที่เราทุกคนอยากเป็นอย่างท่าน เพื่อไปถึง “นิพพาน” ซึ่งก็คือเป้าหมายสูงสุดของพุทธศาสนา ในขณะที่ พระธรรม เปรียบเหมือน แผนที่ (map) ที่จะนำเราไปสู่เป้าหมาย ส่วน พระสงฆ์ เป็นเสมือน พี่เลี้ยง (facilitator) เพื่อช่วยแนะแนวทางให้เราไปสู่เป้าหมายได้เร็วขึ้นง่ายขึ้น (ภาษาอังกฤษและคำอธิบายบางส่วนผู้เขียนเพิ่มเติมจากความเข้าใจของตนเอง)

พอได้ฟัง 3 คำนี้ ทำให้ผู้เขียนเข้าใจพุทธศาสนา รวมไปถึงศาสนาอื่นได้อย่างชัดเจน ด้วยเชื่อว่าจุดหมายปลายทางของทุกศาสนาน่าจะคล้ายคลึงกัน สิ่งที่ต่างกันคือ แบบอย่าง (พระพุทธเจ้า, พระเยซู, พระอัลเลาะห์) แผนที่ (พระธรรม, คำสอน, ข้อบัญญัติ) และพี่เลี้ยง (พระสงฆ์, นักบวช, โต๊ะครู) จะเป็นคนที่เหมือนแบบอย่างได้ ต้องเข้าใจแผนที่ จะเข้าใจแผนที่ได้ต้องเรียนรู้และลงมือปฏิบัติ โดยอาศัยความช่วยเหลือจากเหล่าพี่เลี้ยงทั้งหลาย (หากใครมีความสามารถมากพออาจไม่จำเป็นต้องมีพี่เลี้ยง และพี่เลี้ยงบางคนก็ไม่ได้ดีเหมือนกันทุกคน  เพราะบางคนยิ่งแนะ ยิ่งอาจทำให้เราสับสน)

ต้องขอบคุณรายการ “วู้ดดี้เกิดมาคุย” ที่ทำให้ผู้เขียนเกิดความเข้าใจในเรื่องพุทธศาสนา ขอบคุณเทคโนโลยีการสื่อสารในยุคปัจจุบัน ที่ทำให้ไม่ว่าจะเราอยู่ในมุมไหนของโลก ก็ยังมีโอกาสได้รับรู้เรื่องราวดีๆ แบบนี้

ขอความสุขจงบังเกิดกับทุกคนที่เข้ามาอ่าน blog นี้ และทุกคนบนโลกใบนี้ด้วยค่ะ…

14 responses »

  1. เหมือนมีปาฏิหารย์ ปกติจะอดนอนรอดูวู๊ดดี้ เกือบทุกตอน แต่ระยะนี้ อดไม่ทน เผลอหลับไป ตื่นมา ก็ดำเนินรายการไปค่อนเรื่องแล้ว รู้สึกเสียดายที่ไม่ได้ดูตอนแรกๆ เข้าไปเปิดย้อนหลัง ก็ไม่ชัด(เป็นที่คอมพ์หนะคะ)

    วันก่อนได้รับเมลล์ แล้วรีบเปิดอ่าน เพราะเป็นพระนักปฏิบัติในศรัทธา โห ต้องขอบคุณมากๆ เลยค่ะ ได้อ่านแล้ว ชื่นใจ

    สาธุ ขอให้ผลแห่งกุศลกรรม นำให้สำเร็จใน สิ่งที่ปรารถนานะคะ

  2. เห็นท่านว. ครั้งแรกที่รายการที่นี่ประเทศไทยฟังแล้วก็เฉย ๆ พอได้ฟังธรรมะท่านจาก 97.25 วัดนิพเพธพลาราม จังหวัดสกลนคร และรายการวูดดี้เกิดมาคุย พระรูปนี้ฟังเฉย ๆ ไม่ได้แล้ว ดิฉันต้องตามธรรมะท่านทุกเว็ปแล้วเจ้าค่ะ เพราะท่านเป็นพระปฏิบัติดีปฏิบัติชอบที่ต้องปฏิบัติตามคำสอนของท่าน ขออนุโมทนาบุญกะท่านนะเจ้าคะ

  3. ขอบคุณศิษย์วัดไตรสิกขาทลามลตารามด้วยนะคะ ที่ตามท่าน ว.มาจนถึง blog นี้ ขออนุโมทนาบุญด้วยเช่นกันค่ะ ^^

  4. สวัสดีค่ะเจ้าของเว็ปนี้ ติดตามท่านว.รายการ 7 สิ่งมหัศจรรย์ที่น้องนุ้ยสุจิราเป็นพิธีกรค่ะ เกิดความศรัทธาท่าน ว. อีก 1 ประโยคมากท่านบอกว่าการได้เกิดเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ถือว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์ เราจะต้องทำให้คุณค่าเกิดขึ้นจากการเป็นมนุษย์คือ…การเจริญวิปัสสนาค่ะ…วิธีของพระพุทธเจ้าคือการมีสติทุกลมหายใจเข้า-ออก ซึ่งท่านว.จะย้ำแล้วย้ำอีกไม่ว่าท่านออกรายการไหนคือการมีสติ มีทุกข์ก็ให้สติตามทุกข์แล้วทุกข์จะน้อยลงค่ะ ขอนุโมทนาบุญกะเจ้าของเว็ปนี้นะคะ สาธุ สาธุ สาธุ อนุโมทามิ

  5. เสียดายจังเลยค่ะที่ไม่มีโอกาสได้ดูรายการที่ว่า แต่ก็ขอขอบคุณศิษย์วัดไตรสิกขาทลามลตารามมากมายเลยนะคะ ที่อุตส่าห์เอาบุญมาฝากถึงใน blog ^^ อนุโมทนา สาธุ ด้วยเช่นกันค่ะ…

  6. สวัสดีค่ะคุณonemoon รายการที่ดูน่ะดูจากเน็ตเป็นคลิปย้อนหลังค่ะ พิมพ์ชื่อท่าน ว.วชิรเมธี จะมีรายการต่างๆ เกี่ยวกับท่านว.มากมาย เช่น ชีพจรโลก คลับ 7 เยอะแยะค่ะ ที่ประทับใจท่านว.อีกอย่างคือ ท่านเทศน์ออกแนวตลกธรรมะก็เลยเป็นเรื่องสนุก ไม่ใช่ยานอนหลับ เพราะมีคนบอกว่าฟังเทศน์แล้วง่วงนอนน่ะ ใช้กับท่านว.ไม่ได้ ดีใจนะคะที่คุณตอบกลับ ไม่ได้มาเข้าเว็ปวัดไตรนานเลย มาเข้าอีกทีเห็นคุณตอบกลับตอบทันทีค่ะ ต่อไปต้องเข้าดูทุกวันแล้วค่ะ

  7. สวัสดีค่ะ ศิษย์วัดไตรสิกขาทลามลตาราม ขอบคุณเช่นกันค่ะที่กรุณาเข้ามาบอกกล่าวช่องทางที่ทำให้สามารถติดตามงานของท่าน ว. ได้ง่ายขึ้น ช่วงนี้พอดีงานรัดตัวค่ะ เลยไม่ค่อยมีโอกาส update ทั้งงานตัวเองและการติดตามผลงานของคนอื่น เหลืองานที่ต้องทำด่วนอีกแค่หนึ่งชิ้น ซึ่งคาดว่าน่าจะเสร็จภายในคืนนี้ หลังจากนั้นคงได้กลับมาเขียนเรื่องราวดีๆ เล่าสู่กันฟังอีกแน่ค่ะ ^^

  8. ท่านที่ชอบธรรมมะ ของท่าน ว. หลวงพ่อพุทธาส และการเรียนรู้ วิธี zen ลองเข้าไปดูที่ zen2010 จาก สวนโมกข์ สู่ หมู่บ้านพลัม 28 ตอน อัดแน่ด้วยสาระ มุมมองที่แตกต่าง ผมรับรองท่านที่ชอบธรรมมะของ ท่าน ว. พระอาจารย์ สมภพ ต้องใด้ประโยชย์ อย่างแน่นอน ดูเสร็จแล้ว รู้สึกอย่างไร เล่าให้ฟังด้วยนะครับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s