The Proposal

มาตรฐาน

the_proposal_poster1

ช่วงนี้กำลังอยู่ในช่วงพัฒนา proposal แต่รู้สึกจะไม่ค่อยไปถึงไหน เลยต้องหันเหตัวเองไปดูหนังที่มีชื่อเดียวกันก่อน (เพราะรู้สึกจะง่ายและสนุกกว่ากันเยอะ)

ด้วยความที่ชอบหนังประเภทโรแมนติก-คอมเมดี้เป็นทุนอยู่แล้ว จึงทำให้เรื่องนี้เป็นอีกเรื่องที่โดนใจมากๆ ถึงเนื้อเรื่องจะมีกลิ่นตุๆ มากไปหน่อย (น้ำเน่าสุดๆ ว่างั้นเถอะ) จะว่าไปก็คล้ายกับเรื่องที่ชอบเขียนลงการ์ตูนผู้หญิงประเภท Romance โดย plot เรื่องของการ์ตูนประเภทนี้มีอยู่ไม่กี่แบบ

แบบที่ 1 พระเอกเป็นหนุ่มหล่อผู้ทรงอิทธิพล (เจ้าชาย, ชีค, นักธุรกิจ) ประเภทเกิดมาไม่เคยอ่อนข้อให้ใครในชาตินี้ (อาจมีลูกติดหรือไม่ก็ได้) ส่วนนางเอกก็มีตั้งแต่ลูกสาวนักการฑูต นักข่าว นักธุรกิจ (ที่เก่งน้อยกว่าพระเอก) เลขา หรือ คนทำความสะอาดบ้าน (มีลูกติดหรือไม่มีก็ได้เช่นกัน)

แบบที่ 2 พระเอกมักเป็นพี่ชายหรือญาติของคนรักนางเอก (พระเอกส่วนใหญ่มักไม่ถูกวางให้อยู่ในตำแหน่งน้องชาย…ยกเว้นการ์ตูนญี่ปุ่นอีกแนวหนึ่ง เช่น Seventeen หรือ Hi School พวกนี้พระเอกมักเป็นชายหนุ่มอายุน้อยกว่านางเอก) หรือนางเอกต้องเป็นคนที่ทำให้น้องชายหรือญาติพระเอกต้องประสบชะตากรรม ทำให้พระเอกต้องตามมาแก้แค้น แต่ตัวเองกลับมาหลงรักนางเอกในที่สุด (ที่สุดแห่งความเน่า…แต่ก็ยังชอบอ่าน)

แบบที่ 3 พ่อหรือพี่ชายนางเอกติดหนี้พระเอก ทำให้นางเอกต้องเอาตัวเองเข้าแลก (เป็นคู่รัก คู่นอน และคู่แต่งงาน…แล้วแต่สถานการณ์จะพาไป) ตอนใกล้จบเรื่องต้องมีเหตุทำให้นางเอกเสียใจ เพราะคิดว่าพระเอกไม่รัก (ทั้งๆ ที่รู้ว่ามันโคตรจะน้ำเน่า…แต่ก็เสียน้ำตาทุกครั้งที่อ่าน เพราะ in กับเรื่องมาก และคิดว่าตัวเองเป็นนางเอกผู้น่าสงสารคนนั้น)

สำหรับเรื่อง the proposal เนื้อเรื่องก็ไม่ต่างไปจากการ์ตูนตาหวานเท่าไร กลับกันเพียงนางเอกเป็นเจ้านายพระเอก มีเหตุที่ทำให้ต้องแต่งงานกันเพื่อผลประโยชน์ของคนทั้งคู่ แต่ก็ยังไม่พ้นขนบเชิงสังคมที่มักคาดหวังให้พระเอก (ผู้ชาย) ต้องมีอะไรสักอย่างเหนือนางเอก (ผู้หญิง) เช่น ฐานะทางเศรษฐกิจ เป็นต้น

นางเอก (แซนดร้า บลูล็อค) ในเรื่องนี้สวยแจ่มมาก ยิ่งฉากที่ไม่มีเสื้อผ้าติดตัวก็ยิ่งเลิศ หุ่นเฟิร์มกว่าเรื่องก่อนหน้านี้มากๆ ส่วนพระเอก (ไรอัน เรย์โนลด์ส) ก็หล่อล่ำพอดีๆ ได้เห็นฉากตอนที่สองคนเดินชนกันแบบไม่มีเสื้อผ้าติดตัวแล้วตลกที่สุด คือ ถึงจะมีเนื้อเรื่องแบบชวนฝัน แต่เรื่องราวที่ดำเนินไปตั้งแต่ต้นจนจบก็ดูลงตัวดี ข้อดีของหนังเรื่องนี้ก็คือไม่มีฉากพระเอกนางเอกมี something กัน (ขอใช้คำของอาจารย์วีระ ธีรภัทร หน่อย ฮ่าๆ) มีกอดและจูบกันบ้างเล็กน้อย แต่ก็เพียงพอให้รู้ว่าทั้งสองมีใจให้กันและกัน

ฉากที่ชอบที่สุดคือตอนที่พระเอกกับนางเอกนอนคุยกัน (นางเอกนอนบนเตียง พระเอกนอนหน้าเตียง) เห็นด้วยกับคนเขียนบทเอามากๆ ว่า ความรักเป็นเรื่องของการวางตัว การให้เกียรติซึ่งกันและกันบนพื้นฐานความสัมพันธ์ที่กำลังก่อตัว และหญิงชายอยู่ด้วยกันสองต่อสอง ไม่จำเป็นต้องจบด้วยเรื่องเซ็กซ์เสมอไป

แอบคิดในใจอยู่คนเดียวว่า ตอนที่นางเอกคิดหาทางให้ตัวเองได้ Green Card โดยคิดแต่งงานกับพระเอกนั้น เป็นเพราะโดยลึกๆ แล้ว นางเอกน่าจะชอบพระเอกอยู่ก่อนแล้ว คือถ้าไม่รักไม่ชอบ เราก็ไม่น่าจะคิดวิธีการแก้ปัญหาที่เอาตัวเข้าไปเสี่ยงขนาดนั้น ส่วนพระเอกเองก็ไม่ได้ปฏิเสธทันทีที่นางเอกบอกว่าจะแต่งงานกัน นั่นก็แสดงว่าพระเอกก็น่าจะมีใจอยู่เหมือนกัน ถึงจะมีบางฉากที่ดูว่าพระเอกเกรงความเฮี๊ยบของนางเอก แต่ก็คงชื่นชมที่นางเอกเป็นหญิงเก่ง ไม่งั้นก็คงไม่สามารถทำงานร่วมกันมานานเกือบ 3 ปี (และรู้ทุกๆ เรื่องเกี่ยวกับนางเอก…ออกจะเป็นเลขาผู้ชายที่ดูดีเกินจริง คือถ้าไม่ชอบและใส่ใจนางเอก ก็น่าจะเป็นเกย์ ถึงทำหน้าที่ได้เนี๊ยบขนาดนั้น)

สรุปว่าชอบค่ะ เรื่องนี้ ดูแล้วสนุก (ดูแล้วอยากไปขอใครสักคนแต่งงานแบบนางเอกบ้าง…แต่เขาจะยอมง่ายๆ แบบพระเอกหรือเปล่าก็ไม่รู้)

4 responses »

  1. ในงานประชุมที่โปแลนด์ มีน้องที่หน้าตาเหมือนกับพระเอกเรื่องนี้เลย ขอบอก

    • อาจารย์ถ่ายรูปมาด้วยสิคะ…อยากเห็น ^^
      เสียดายจริงๆ ที่ไม่ได้ไปด้วย ไม่งั้นล่ะก้อ…จะขอถ่ายรูปด้วยซะให้เข็ด (ฮา)

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s