Coco Avant Chanel

มาตรฐาน

เพิ่งรู้สึกว่าการไปดูหนังคนเดียวมันหวาดเสียวแบบนี้เอง…

เรื่องของเรื่องก็คือ อยากดูหนังเรื่อง Coco Chanel แต่ชวนเพื่อนคนไหนก็ไม่ว่าง จะรอตอนเพื่อนว่างก็กลัวหนังจะลาโรงไปซะก่อน จึงตัดสินใจไปคนเดียว ซึ่งจริงๆ การดูหนังคนเดียวก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร แต่ไอ้ที่ทำให้รู้สึกโดดเดี่ยวจริงๆ ก็คือหนังรอบที่ไปดูไม่มีคนเลย หมายความว่า ไม่มีแม้แต่คนเดียวที่จะนั่งดูเป็นเพื่อน เหมือนเหมาโรงหนังทั้งโรงด้วยตั๋วราคา 70 บาท

ตอนที่ซื้อตั๋วแล้วมองเห็นที่ว่างทั้งโรง ก็คิดในใจแล้วว่า ถ้ามีเราคนเดียว เขาจะฉายไหม? (เพราะที่กรุงเทพฯ อย่างโรงหนัง Century ถ้าคนดูน้อยกว่า 3 คน เขาจะไม่ฉาย) แล้วก็คิดต่อว่า ถ้าต้องดูคนเดียว…มันก็น่ากลัวเหมือนกันนา โรงหนังอยู่ลึก ห้องก็มืด เราจะถูกฆ่าหมกโรงหนังไหมนี่? (คิดไปโน้น) ก่อนเข้าโรงหนังก็ตัดสินใจอยู่นาน ควรจะเลิกดูดีไหม (เอาไว้มาดูรอบที่คนดูเยอะๆ น่าจะ safe กว่า คือ รอบที่ดูเป็นรอบเที่ยงของวันธรรมดาไง เลยไม่ค่อยมีคน และราคาตั๋วก็ถูกแสนถูก) แต่คิดอีกที…ประเทศไทยเราก็เมืองพุทธนะ เมืองนี้คนใจดีทุกคน (ดูอย่างตัวเราเองเป็นต้น) คงไม่มีคนคิดร้ายๆ กับเราหรอกน่า (ปลอบใจตัวเอง พร้อมกับภาวนาให้มีคนซื้อตั๋วเข้ามาดูเพิ่ม)

หลังจากชมหนังตัวอย่าง (คนเดียว) ใกล้จบ ก็เห็นน้องผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้ามานั่งแถวหน้า (ดีใจจนบอกไม่ถูก…เหมือนความอึดอัดที่มันสุมในอก ถูกยกออกไป…ขอบใจจริงๆ น้องเอ้ย) และพอหนังใกล้ฉาย ก็มีฝรั่งผู้ชายอีกคนเดินเข้ามาสมทบ เฮ้อ…ค่อยรู้สึกสบายใจอย่างบอกไม่ถูก สรุปว่า วันนั้นมีคนดู Coco (ทั้งโรง) อยู่ 3 คน

tautou-coco-chanel-FL

Coco เป็นหนังอัตชีวประวัติของ Coco Chanel นักออกแบบแฟชั่นชั้นนำของโลก เน้นเรื่องราวชีวิตก่อนที่จะกลายเป็นคนที่เป็นที่จดจำของใครต่อใครว่าต้องผ่านอุปสรรคอะไรมาบ้าง อุปสรรคที่เห็นชัดที่สุดในเรื่องไม่ใช่ความเป็นเด็กกำพร้าหรือความยากจนที่ Coco ประสบ แต่กลับเป็นอุปสรรคทางวัฒนธรรมและสังคมในยุคสมัยที่ผู้ชายเป็นใหญ่ และยังเชื่อกันว่าคนที่เป็นชนชั้นสูงไม่จำเป็นต้องทำงาน เพราะคำว่า “ทำงาน” นั้นบ่งบอกถึงความเป็นคนชั้นต่ำหรือชนชั้นกรรมาชีพ

ในหนังไม่ได้บอกชัดเจนนักในเรื่องของการฝ่าฟันอุปสรรค เพราะดูเหมือน Coco จะได้รับการอุปถัมภ์จากเศรษฐีหนุ่ม 2 คน (เป็นคู่นอนคนแรก…และเป็นชู้รักของคนที่สอง) แต่สิ่งที่เห็นได้ชัดคือ ความเป็นคนคิดนอกกรอบและมั่นใจในตัวเอง ซึ่ง Coco มีสูงมาก และนั่นอาจส่งผลให้ Brand เสื้อผ้าของ Chanel ดูโดดเด่นและมีพลัง ส่วนความเรียบง่ายแต่ดูหรูหราและเน้นสีขาว-ดำเป็นหลัก ส่วนหนึ่งน่าจะได้รับอิทธิพลจากสีชุดของเด็กกำพร้าและเสื้อผ้าของ Sister ที่ Coco คุ้นชินมาตั้งแต่เด็ก

ดูเรื่องนี้จบแล้วก็ได้ข้อสรุปว่า ผู้หญิงที่โด่งดังหรือมีชื่อเสียงส่วนใหญ่ มักไม่แต่งงาน (ไม่สมหวังในรัก คู่รักเสียชีวิต หรือเลือกงานมากกว่าความรัก) อย่างเช่น นักเขียนอย่าง Jane Austen เป็นต้น อย่างที่เขาว่ากัน คนที่ lucky in love และ lucky in game พร้อมๆ กันนั้นมีน้อย แต่ถ้ามันเกิดขึ้นกับคนๆ หนึ่งได้…แสดงว่าคนๆนั้นโชคดีมหาศาล

คำถามคือว่า ถ้าเราไม่ใช่คนที่โชคดีขนาดนั้น เราจะเลือกอะไร ระหว่างโชคดีในรัก…หรือประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน

และไม่ว่าคำตอบ ณ ตอนนี้จะเป็นอย่างไร เราก็ยังหวังลึกๆ อยู่เสมอว่า เราจะไม่ต้องเลือกสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เพราะทั้งสองสิ่งนั้น ต่างมีความสำคัญและมีคุณค่าต่อการดำรงชีวิตอย่างเป็นสุขของตัวเราเอง…

3 responses »

  1. เราคงดูหนังคนเดียวจนชินแล้วมั้งคะ
    เลยไม่ค่อยรู้สึกหวาดเสียวอะไรแล้ว😀
    แต่ถ้าโรงเงียบ ๆ ไกล ๆ หน่อยก็คงไม่แน่เหมือนกัน

    Beatrix Potter เค้าได้แต่งงานนะคะ
    ถึงอาจจะไม่ได้แต่งกับคนที่รักที่สุด
    แต่อย่างน้อย ก็ได้แต่งกับคนที่รักรองลงมาล่ะน่า

    ไม่ว่าใครก็อยากสมหวังทั้งสองอย่างล่ะเนอะ🙂

    • โอ้…ลืมไปจริงๆด้วย ว่าตอนสุดท้าย Beatrix Potter ก็ได้แต่งงาน ขอบคุณ mangomoment จริงๆ ที่ช่วยเตือนความทรงจำค่ะ เพราะตอนที่ดูหนังเรื่องนี้ เหมือนความจำมันหยุดไปตอนที่พระเอกป่วยตาย มีความรู้สึกว่า…นางเอกของเรา (ประหนึ่งว่าเป็นความรู้สึกของตัวเอง) ต้องผิดหวังอีกแล้วหรือนี่ พาลลืมตอนสุดท้ายของเรื่อง (ลืมหนุ่มคนที่สองของ Beatrix) ไปเลย ขออนุญาตกลับไปแก้ไขข้อความข้างบนก่อนนะคะ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s