Super Richy ตอนเกือบจบ

มาตรฐาน

ว่ากันว่า ถ้าเราไปผูกพันหรือเกี่ยวข้องกับใครทางใดทางหนึ่ง คนๆ นั้นน่าจะเป็นเจ้ากรรมนายเวรของเราด้วย เช่น พ่อแม่ ลูก สามี-ภรรยา แฟน เพื่อน ผู้ร่วมงาน (เจ้านาย-ลูกน้อง) หรือคนที่ผ่านเข้ามาในชีวิตอื่นๆ และในเมื่อเจ้ากรรมนายเวรมีทั้งแบบเกื้อหนุนและแบบเบียดเบียน ดังนั้น ลองพิจารณาคนรอบๆ ตัวเราดูนะคะ ว่าเขาเหล่านั้นเป็นอย่างไร

สำหรับคนที่ดีต่อเรา  (เจ้ากรรมนายเวรแบบเกื้อหนุน) สิ่งที่ควรทำก็คือให้ทำดีตอบแทนให้มากที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ เพราะการทำความดีต่อเขาก็เหมือนกับการทำบุญที่จะช่วยส่งเสริมให้ทุกๆ อย่างในชีวิตของเราราบรื่นหรือเป็นไปในทางที่ดียิ่งขึ้น แต่สำหรับคนที่ร้ายต่อเรา (เจ้ากรรมนายเวรแบบเบียดเบียน) สิ่งที่ควรทำคือ ทำให้เขาอภัยให้กับเรา โดยไม่เกิดความอาฆาตพยาบาทต่อกันอีก

นอกจากนี้ตัวเราเองก็มีสิทธิเป็นเจ้ากรรมนายเวรคนอื่นด้วยเช่นกัน ริชชี่บอกว่า ให้คิดเรื่องกรรมเวรแบบง่ายๆ เหมือนเรื่องลูกหนี้-เจ้าหนี้ ลูกหนี้ (คนที่เราเป็นเจ้ากรรมนายเวรเขา) คือคนที่ติดเงินเรา และเขาต้องมาชดใช้ ในขณะที่เจ้าหนี้ (คนที่เป็นเจ้ากรรมนายเวรเรา) คือคนที่เราติดเงินเขา และเราต้องชดใช้ ตราบใดที่ยัง clear หนี้สินกันไม่หมด ก็เหมือนกับกรรมที่ผูกติดกันไม่หมดสักที ฉะนั้นการแก้กรรม ก็มีลักษณะคล้ายการปลดหนี้นั่นเอง

เวลาพูดถึงหนี้ มันจะมีหนี้ทั้งที่เป็นเงินต้นและดอกเบี้ย การทำบุญทำทานก็เหมือนการส่งดอกเบี้ย แต่เงินต้นยังไม่ได้ใช้ เพราะฉะนั้นหากต้องการใช้เงินต้น (กรรมเก่า) ให้หมดด้วย ต้องใช้สมาธิในการแก้กรรม

เมื่อเราพอจะรู้กันแล้วว่าใครเป็นเจ้ากรรมนายเวรของเรา (หรือเจ้าหนี้เรา) ก็ถึงเวลาที่จะต้องมาแก้กรรม (หรือปลดหนี้) กันสักที…แล้วต้องทำยังไง พรุ่งนี้มาบอกต่อค่ะ…to be continued…

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s