แฮรี่ พอตเตอร์กับเจ้าชายเลือดผสม ภาคต่อที่ต้องดู

มาตรฐาน

HP6_Banner

ไม่รู้เป็นเพราะไข้หวัด 2009 หรือเปล่าที่ทำให้การเข้าฉายของแฮรี่ พอตเตอร์กับเจ้าชายเลือดผสมดูหงอยกว่าที่คิด ในรอบที่ดูวันนี้มีคนน้อยมาก (ไม่น่าจะเกิน 20 คน) และราคาของตั๋วหนังก็ถูกแสนถูก 70 บาทเท่านั้นเอง (Vista เซ็นทรัล กาดสวนแก้ว)

สำหรับตัวเองเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ลังเลที่จะดูเรื่องนี้ก็คงจะเป็นไข้หวัด 2009 นั่นแหละ แต่อีกเหตุผลที่ทำให้ไม่ค่อยอยากดูก็คือ preview หนังตัวอย่างที่นำเสนอในช่วงที่ผ่านมาดูไม่น่าสนุกเท่าที่ควร ซึ่งต่างกับหนังตัวอย่างเรื่อง transformers 2 ที่ดูแล้ว บอกกับตัวเองเลยว่า “เรื่องนี้เราต้องไม่พลาด” แต่พอได้ดูจริงๆ กลับไม่สนุกเท่าที่คิด (แต่หลวมตัวไปแล้วนี่ จะทำไงได้) ถ้ามีภาค 3  ก็คงต้องไปดูอีกเช่นเดิม มันเป็นความรู้สึกเหมือนมีพันธะสัญญากับตัวหนัง คืออยากรู้ว่ามันจะไปในทิศทางใด จะจบยังไง…อะไรทำนองนั้น

เช่นเดียวกับแฮรี่ภาคนี้ ถือเป็นหนังภาคต่อที่ยังไงก็ต้องดู ไม่ได้หมายความว่าเป็นหนังดี แต่ต้องดู เพราะกลัวจะดูภาคต่อไปไม่รู้เรื่อง แปลกใจอยู่อย่างเดียวว่าในภาคนี้ให้ความสำคัญกับ “เจ้าชายเลือดผสม” มากๆ ถึงกับเอามาตั้งเป็นชื่อตอน แต่ตอนดูหนังกลับโยงความสำคัญของเรื่องกับชื่อตอนไม่ได้ รู้แค่ว่า สเนป เป็นเจ้าชายเลือดผสม แล้วไงล่ะ…(สำหรับคนที่อ่านหนังสืออาจบอกว่า ถ้าอยากรู้รายละเอียดก็ไปอ่านหนังสือเอาเองสิ แต่สำหรับนักดูหนัง ถือว่าเรื่องนี้ล้มเหลวในแง่ของการนำเสนอ) ทำไมไม่ตั้งชื่อตอนว่า “…กับตู้อันตรธาน” หรือ “…กับดัมเบิลดอร์” หรือ “…กับ 7 วิญญาณของคนที่เราก็รู้ว่าคือใคร” ซะเลยล่ะ น่าจะตรงกับเนื้อหาที่นำเสนอมากกว่าเจ้าชายเลือดผสม

ในภาคนี้แฮรี่ต้องออกตามล่าที่เก็บวิญญาณของเจ้าแห่งศาสตร์มืด ร่วมกับดัมเบิลดอร์ อย่างกับหนังเรื่อง อินเดียน่าโจนส์ ยังไงยังงั้น และยังต้องตามหาของ 7 สิ่งที่โวลเดอร์มอร์แยกวิญญาณเก็บไว้ ก็ไปคล้ายกับตอนโงกุนออกตามหา Dragon ball ทั้ง 7 ลูก (วัตถุประสงค์ในการตามหาอาจต่างกัน แต่วิธีการกลับไม่ต่างกันเท่าไร และต้องต่อสู้…จึงจะได้มา) หนังจบแบบเศร้าๆ ก็คงต้องรอดูกันในภาคต่อไปว่าจะเรื่องราวจะเป็นอย่างไร

ตอนที่ออกจากโรงหนัง ได้มีโอกาสคุยโทรศัพท์กับพี่คนหนึ่ง พอบอกว่ามาดูหนังเรื่องนี้พี่เขาแปลกใจมาก แต่ก็บอกว่า คนที่ดูหนังหลายแนว ไม่เกี่ยงว่าจะเป็นหนังเด็กหรือหนังผู้ใหญ่ (ความหมายคือ เองแก่แล้วยังดูหนังเด็กอีกเหรอเนี่ย) ถือว่าเป็นคนที่เปิดรับแนวคิดหลากหลาย ทำให้เรียนรู้ได้มากกว่าคนอื่น กลายเป็นเรื่องดีซะอีก แต่ไม่ได้บอกพี่เขาว่า มีจำกัดหนังบางประเภทเหมือนกัน ที่ไม่ชอบดูเลย คือประเภทสยองขวัญและหนังผีแบบไร้ที่มาที่ไปอย่าง ศุกร์ 13, เฟรดดี้, Saw หรือ Juon (เรื่องสุดท้ายเพื่อนบอก ไม่น่ากลัวเลย เวลาผีจะมามันจะโทรมา check ก่อน ว่าเราอยู่ห้องไหม (ฮา)…ไม่เคยดู เลยไม่รู้ว่าจริงๆ มันตลกอย่างที่เพื่อนบอกไหม)

และถึงแฮรี่จะสนุกไม่ถึงใจเท่าไร แต่ก็ยังชอบที่จะดู และคงติดตามภาคต่อๆไปจนจบนั่นแหละ ของแถมที่ได้จากการมาดูหนังวันนี้คือเจอหนังตัวอย่างที่น่าดูเรื่องใหม่ “เชอร์ลอคโฮล์ม” คือหนังเรื่องนั้น อืมห์…แทบจะตั้งตาคอยไม่ไหวเลยล่ะ…

One response »

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s