ระดับของความในใจ (ทำไมต้องวงเล็บ?)

มีคนถามว่า ทำไมงานเขียนใน blog ถึงเต็มไปด้วยข้อความในวงเล็บ คำตอบก็คือ การวงเล็บก็เหมือนการบอกความในใจ เป็นการแสดงความคิดภายในซึ่งมีหลายระดับ อาจเป็นการอธิบายความหมายเพิ่มเติม สะท้อนความรู้สึก หรือซ้อนนัยที่ขัดแย้งกับข้อความที่เขียนหน้าวงเล็บก็ได้ 

ตัวอย่างเช่น หากเขียนว่า “…ในโลกนี้มีกฎธรรมชาติมากมายที่ถูกค้นพบแล้วนำมาอธิบายปรากฏการณ์เหล่านั้นด้วยวิธีทางวิทยาศาสตร์ (เช่น กฎแรงโน้มถ่วง กฏการเคลื่อนที่ของนิวตัน ฯลฯ)…” อันนี้สื่อแบบตรงไปตรงมา คือ ตั้งใจอธิบายเพิ่มเติมเพื่อสร้างความเข้าใจ แต่ถ้าเขียนว่า “…สองสาวเพื่อนซี้ พากันออกเดินทางไปยังสามประเทศในยุโรป เพื่อพิสูจน์ความจริงบางอย่างในชีวิต และได้พบว่าในชีวิตจริง มีความจริงยิ่งกว่าจริงซ่อนอยู่ (และอาจไม่จำเป็นต้องไปพิสูจน์ไกลครึ่งค่อนโลกขนาดนั้นก็ได้)…” ตรงนี้เห็นชัดๆ ว่าไม่เห็นด้วยกับการไปพิสูจน์ความจริงบางอย่างถึงต่างแดน ที่อาจต้องเสียทั้งเงิน เวลา และศักดิ์ศรีมากมาย หรือเขียนว่า “…เลยอยากหนีความจริงในชีวิต (ความผิดหวัง) ไปหาประสบการณ์ใหม่ๆ (ความหวังใหม่)…” ก็เป็นการใช้คำใหม่ เพื่อสะท้อนอารมณ์ที่หนังหรือหนังสือนั้นๆ สื่อออกมาแบบอ้อมๆ

พอเขียนไปแล้วก็รู้สึกว่า เออ…ตัวเราเองก็มีความซับซ้อนในอารมณ์และความรู้สึกอยู่ไม่น้อย (งานที่เขียนขึ้นถือเป็นตัวชี้วัดหนึ่งที่สามารถสะท้อนตัวตนของคนเขียนได้เป็นอย่างดี) และถ้าให้เปรียบตัวเองเป็นหนังสือสักเล่ม คิดว่า น่าจะเป็นหนังสือแปลแบบ “ประวัติย่อของกาลเวลา” ของ Stephen Hawking นี่แหละ คือฟังชื่อดูจะเป็นเรื่องสั้นๆ แต่กลับเป็นเรื่องยาว และยากต่อการเข้าใจ หรือถ้าเป็นหนังไทยสักเรื่องก็คงเหมือน “สัตว์ประหลาด” ของอภิชาติพงศ์ คือเสพยาก และถูกใจเฉพาะคนบางกลุ่มเท่านั้น

ก็ได้แต่หวังว่า งานชิ้นต่อๆ ไปจะอ่านง่ายและเข้าถึงคนอ่านทุกคนได้มากกว่านี้ค่ะ ภาวนา…ไว้แบบนั้น

Advertisements

5 Replies to “ระดับของความในใจ (ทำไมต้องวงเล็บ?)”

  1. เขาบอกกันว่า อยากเรียนรู้จักคนคนไหน ต้องอ่านหนังสือที่คนคนนั้นเขาอ่าน บทความบทนี้ ทำให้เกิดคำพูดใหม่ว่า อยากเรียนรู้จักคนคนนั้น ต้องอ่านหนังสือที่คนคนนั้นทั้งเขียนและอ่าน

    หรือว่า จำมาผิดหว่า

    ปล. ประวัติย่อของกาลเวลา ยังตั้งอยู่ที่คอนโดไฮโซ ยังไม่ถึงคิวอ่านเลย กะว่าอาทิตย์นี้จะจัดการสะ

  2. เห็นด้วยค่ะ ที่ว่า “อยากรู้จักใครให้ดูว่าเขาอ่านหนังสือประเภทไหน” ส่วนงานเขียนของเขาอาจหาดูยากค่ะ เพราะน้อยคนที่จะเขียนอะไรให้คนอื่นอ่าน (ยกเว้นคนที่คร่ำครวญเก่งอย่างพวกเรา ^^) แล้วอาจารย์ล่ะคะ เปรียบตัวเองเป็นหนังสือเล่มไหน?

  3. อะไรดีละ ไม่ซับซ้อน ตรงไปตรงมา คิดมากเป็นระยะ ระยะ เอาเป็นหนังสืออ่านนอกเวลาสมัยม.ปลายดีไหม ปุลากงหรือ ผู้ใหญ่ลีกับนางมา ดี

    1. โห…ทั้งสองเล่มเป็นเล่มโปรดของหนูทั้งนั้นเลยค่ะ ชอบคุณเข้มในปุลากง และอยากได้แฟนแบบผู้ใหญ่ลี (คลอง 11) ในผู้ใหญ่ลีกับนางมา สำหรับผู้ใหญ่ลีนี่ถือเป็นชายในฝันเลย แต่ไม่รู้ว่าชาตินี้จะหาผู้ชายแบบนั้นได้หรือเปล่า ฮ่าๆๆ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s