ตามล่า baby ของยุงลาย

มาตรฐาน

ตั้งชื่อเรื่องที่จะเขียนเอง แล้วชอบใจ โดยเฉพาะคำว่า “baby” ของยุงลาย เพราะรู้สึกมันน่ารักดี แล้วก็พาลอดชื่นชมตัวเองต่อไม่ได้…เรานี่ก็ช่างคิดเหมือนกันนะนี่ (ฮา)

ว่ากันว่า การชื่นชมตัวเองบ่อยๆ ถึอเป็นแรงผลักดันหลักที่ทำให้เรารู้สึกมีคุณค่าในตัวเอง (โดยไม่ต้องรอคอยและร้องขอจากคนอื่น) ยิ่งความรู้สึกมีคุณค่าในตัวเองมีมากเท่าไร ยิ่งหมายถึงว่าเรา happy กับชีวิตมากเท่านั้น แต่หลายคนมักจะมองข้ามวิธีการง่ายๆแบบนี้ และอีกหลายคนไม่แค่มองข้าม แต่เฝ้าหวังและยึดคำชมของคนอื่นเป็นที่ตั้ง…แล้วก็พบว่ามักจะผิดหวังอยู่เสมอ

เป็นเรื่องจริงที่ว่าคำชื่นชมจากคนอื่นเป็นสิ่งที่น่ายินดี เพราะนั่นหมายถึงกระจกอีกบานหนึ่งที่สะท้อนด้านดีของตัวเราออกมาผ่านคนอื่น แต่ก็อย่างที่บอกไป กระจกบางบานก็ไม่ใช่กระจกเงา (ชื่นชมแต่ไม่แสดงออก) และกระจกเงาบางบานก็สะท้อนรูปออกมาบิดเบี้ยว เนื่องจากเนื้อแท้ของกระจกไม่สมบูรณ์ (ชื่นชมปนริษยา) ฉะนั้นเราไม่ควรมองข้ามกระจกเงาของเราเอง ซึ่งสามารถยกมาส่อง…และสะท้อนความงดงาม (ในใจ) ได้ตลอดเวลา ชื่นชมตัวเองให้มาก…มุทิตาจิตต่อผู้อื่นให้มากพอกัน น่าจะเป็นสิ่งที่จะส่งเสริมให้จิตเราพัฒนาสูงขึ้นไม่มากก็น้อย

เอาล่ะ…มาพุดถึงเรื่อง “เบบี๋” ของยุงลายกันดีกว่า จริงๆ คำว่า baby นี้น่าจะได้มาจากคำพูดของ คริสติน่า เด็กนักศึกษาอเมริกันที่มาดูงานด้านชุมชน ปนกับที่เคยอ่านหนังสือคำสารภาพของสาวนักช้อปเล่มล่าสุดมากกว่า (ที่มีชื่อเรื่องว่า สาวนักช้อปและเบบี๋ของเธอ…อะไรทำนองนั้น) เรื่องของเรื่องก็คือ เมื่อเย็นวันก่อนได้พารอนและคริสติน่าไปทานอาหารพื้นเมืองเหนือที่ร้านแห่งหนึ่ง เพราะสองคนอยากลอง stricky rice หรือข้าวเหนียวนึ่งที่อร่อยๆ อยากรู้ว่ากินยังไง จะต้อง deep ลงไปในถ้วยแกงแบบไหน อื่นๆ อีกมากมาย บังเอิญว่าในร้านมี “แอบผึ้ง” หรือตัวอ่อนของผึ้งที่ห่อใบตองแล้วนำไปนึ่งให้สุก เลยสั่งมาให้สองคนได้ลองชิมด้วย คริสติน่าแปลกใจมาก เธอบอกว่าที่บ้านก็เลี้ยงผื้งแต่ไม่เคยคิดว่าจะสามารถกิน baby bee (ตัวอ่อนของผึ้ง) ได้ด้วย คำว่า “baby” เลยคาใจมาตั้งแต่ตอนนั้น

วันนี้เมื่อพารอนและคริสติน่าเข้าไปดูชุมชนในเขตพื้นที่ PCU กิ่วแลน้อย อำเภอสันป่าตอง จึงมีโอกาสเข้าไปเดินในชุมชนพร้อมกับพี่ๆ เจ้าหน้าที่จาก PCU และ อสม. อีกหลายท่าน ซึ่งจะเดินสำรวจลูกน้ำยุงลายกันทุกวันศุกร์ ก็เลยเป็นที่มาของคำว่า ตามล่า baby ของยุงลาย ด้วยประการละฉะนี้

และนี่คือที่อยู่ของ baby ยุงลายที่เราเจอในวัด

DSCF0005_resize
หรือในโอ่งที่มีน้ำขัง แบบนี้

DSCF0007_resize
ที่เจอ baby ของยุงลายในโอ่ง เพราะในโอ่งมีน้ำแต่ไม่มีปลา ส่วนอ่างน้ำด้านนอกเลี้ยงปลาไว้ baby ของยุงลายเลยหมดสิทธิโต ตอนแรกพี่ๆ ก็จะเททรายอะเบทลงไปในโอ่ง แต่รอนบอกว่า ทำไมไม่จับปลาไปปล่อยในโอ่งสักตัวสองตัวล่ะ น่าจะแก้ปัญหาในระยะยาวได้ดีกว่า ซึ่งเป็นความคิดที่ดีมาก และทุกคนก็เห็นด้วย พี่ อสม. คนหนึ่งจึงตักปลามาใส่ในโอ่ง

DSCF0010_resize
ทุกคนชื่นชมความคิดของรอนกันใหญ่ พอแปลให้รอนฟังและพูดชื่มชมเขา รอนดีใจมากยิ้มแป้น แล้วบอกว่า นี่เป็น credit ที่เขาได้ช่วยเหลืองานในชุมชน แล้วหันไปพูดแหย่คริสติน่าว่า เธอต้องทำแบบนี้บ้างนะ

หลังจากช่วยกันล่า baby ของยุงลายในวัดแล้ว เราจึงพากันเดินไปที่โรงเรียนประถมศึกษาที่อยู่ติดกัน ระหว่างทางเจอเข้ากับตัน “สาละ” ต้นใหญ่ มีลูกกลมๆ สีน้ำตาลเหมือนมะพร้าว ซึ่งไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน เลยถือโอกาสถ่ายรูปมาให้ดูกัน

DSCF0012_resize
ลองเข้าไปค้นต่อใน internet ก็พบว่าน่าจะเป็น “สาละอินเดีย” หรือ “มหาสาละ” มากกว่า “สาละลังกา” เพราะรูปแบบของต้นและดอกมีความต่างกัน ว่ากันว่าต้นสาละเป็นไม้ที่มีความสำคัญเกี่ยวข้องกับพระพุทธเจ้าโดยตรง  ทั้งตอนประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน ได้แก่ ตอนพระพุทธเจ้าประสูติ พระพุทธมารดาคือพระนางสิริมหามายาทรงครรภ์ใกล้ครบกำหนดคลอด จึงเสด็จออกจากกรุงกบิลพัสดุ์ เพื่อไปคลอดที่กรุงเทพวทหะ อันเป็นเมืองต้นตระกูลของพระนาง (ตามธรรมเนียมประเพณีพราหมณ์) เมื่อขบวนเสด็จมาถึงครึ่งทางระหว่างกรุงกบิลพัสดุ์กับกรุงเทวทหะ พบสวนชื่อว่า “สวนลุมพินีวัน” เป็นสวนป่าไม้  “สาละ” พระนางได้ทรงหยุดพักอิริยาบท (ปัจจุบันคือตำบล “รุมมินเด” แขวงเปชวาร์ ประเทศเนปาล)  พระนางประทับยืนชูพระหัตถ์ขึ้นเหนี่ยวกิ่งสาละ และได้ประสูติพระสิทธัตถะกุมาร ซึ่งตรงกับวันศุกร์เพ็ญเดือน 6 ปีจอ ก่อนพุทธศักราช 80 ปี (คำว่าสิทธัตถะแปลว่า “สมปรารถนา”) 

อีกตอนหนึ่งก่อนที่เจ้าชายสิทธัตถะจะตรัสรู้  เมื่อพระองค์เสวยข้าวมธุปายาสที่บรรจะอยู่ในถาดทองคำของนางสุชาดาแล้ว ได้ทรงอธิษฐานว่า ถ้าพระองค์ได้สำเร็จพระโพธิญาณ ขอให้การลอยถาดทองคำนี้สามารถทวนกระแสน้ำแห่งแม่น้ำเนรัญชลาได้ เมื่อทรงอธิษฐานแล้วได้ทรงลอยถาด ปรากฎว่าถาดทองคำนั้นได้ลอยทวนกระแสน้ำ จากนั้นพระองค์เสด็จไปประทับยังดงไม้สาละ ตลอดเวลากลางวัน ครั้นเวลาเย็นก็เสด็จไปยังต้นพระศรีมหาโพธิ ประทับนั่งบนบัลลังก์ภายใต้ต้นโพธิ และได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในเวลารุ่งอรุณ ณ วันเพ็ญเดือน 6  ส่วนตอนที่พระพุทธเจ้าจะเสด็จดับขันธปรินิพพาน ในพุทธประวัติกล่าวว่า  เมื่อพระพุทธเจ้า พร้อมด้วยพระภิกษุสงฆ์สาวก เสด็จถึงเขตเมืองกุสินาราของมัลละกษัตริย์  ใกล้ฝั่งแม่น้ำหิรัญวดี พระองค์ทรงเหน็ดเหนื่อยมาก จึงมีรับสั่งให้พระอานนท์ ซึ่งเป็นองค์อุปัฏฐากปูลาดพระที่บรรทม โดยหันพระเศียรไปทางทิศเหนือ ระหว่างต้นสาละทั้งคู่ แล้วพระองค์ก็ทรงสำเร็จสีหไสยาสน์ โดยพระปรัศว์เบื้องขวา (นอนตะแคงขวาพระบาทซ้ายซ้อนทับพระบาทขวา) และแล้วเสด็จเข้าสู่พระปรินิพพาน

ได้ความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับพุทธประวัติแล้ว…ก็มาตามล่า baby ของยุงลายกันต่อ คราวนี้เราเข้าไปในโรงเรียน เจอยางรถยนต์เก่า ซึ่งเป็นที่อยู่อีกแห่งที่เหล่า baby ของยุงลายชื่นชอบ เลยต้องรีบตัดไฟแต่ต้นลมซะ

DSCF0014_resize
จริงๆ แล้ว ปฎิบัติการตามล่า baby ของยุงลายยังมีมากกว่านี้  แต่จะขอจบด้วยภาพของเด็ก ๆ ในชุดพื้นเมืองที่ยิ้มแบบอายๆ เมื่อเจอกับคนต่างชาติ แล้วพากันวิ่งไปหลบหลังเสาเมื่อรอนเอ่ยปากว่า “Hi”

DSCF0013_resize
ว่าแล้วก็คิดถึงความหลังขึ้นมาติดหมัด เราเองก็เคยวิ่งหลบฝรั่งแบบนี้…แต่ตอนนี้ไม่แล้ว หันมาวิ่งชนอย่างเดียว  อาจเป็นเพราะเชื่อว่า การที่เราพูดภาษาอังกฤษไม่เป็นหรือไม่เก่ง ไม่ได้หมายความว่าเราโง่ เราเพียง “ขาดทักษะ” ด้านนี้เท่านั้นเอง  ซึ่งทักษะจะเกิดได้ด้วยการเรียนรู้และฝึกปฏิบัติ และทักษะทุกชนิด “พัฒนาได้”

พอเชื่ออย่างนี้แล้วหลังๆ เวลาใครถามว่า ทำอะไรได้ไหม…จะตอบว่าตอนนี้ยังทำไม่ได้ แต่ถ้ามีโอกาสฝึกก็คงจะทำได้ มีคนเคยพูดไว้ว่า ระหว่างคำว่า “ทำไม่ได้” กับ “ยังไม่ได้ทำ” มีความแตกต่างกันมาก การพูดว่าทำไม่ได้ คือการปิดกั้นศักยภาพตัวเอง (ซึ่งมีผู้รู้อีกคนบอกว่าคนปกติทั่วไปใช้ศักยภาพในตัวเองแค่เพียง 7% เท่านั้น อีกเก้าสิบกว่าเปอร์เซนต์หลับอยู่…ยังไม่ตื่น) ส่วนการพูดว่ายังไม่ได้ทำ คือคำพูดในเชิงเปิดโอกาสให้กับตัวเอง และคนเหล่านี้จะสามารถพัฒนาตัวเองไปได้แบบไม่หยุดยั้ง ฉะนั้นก็คงขึ้นอยู่กับตัวเราเองแล้วล่ะ ว่าจะเลือกตอบแบบไหน ระหว่าง “ทำไม่ได้” หรือ “ยังไม่ได้ทำ”

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s