ไมเคิล แจ็คสัน ตายแล้ว & Globalization

มาตรฐาน

michael_black007

ไม่รู้ว่าการตายของไมเคิล แจ็คสันนั้นเกี่ยวกับ globalization ตรงไหน แต่ตอนที่นั่งหน้าทีวีพร้อมพ่อและแม่ตอนฟังข่าวนี้กัน แม่ก็เอ่ยขึ้นมาว่า “ไมเคิล แจ็คสัน ตายแล้วเหรอ?” เราอึ้งไปเล็กน้อย “แม่รู้จักไมเคิล แจ็คสัน ด้วยเหรอ!?” แม่ตอบ “รู้จักสิ ก็ไอ้คนที่มันเต้นท่าลูบเป้านั่นไง” อุ้ย ตาย ว้าย กรี๊ด แม่เรารู้จักไมเคิลจริงๆ แล้วเราก็ถามคำถาม (โง่ๆ) ออกไปอีกว่า “แล้วแม่รู้จักไมเคิลได้ไง” แม่บอก “แม่ดูทีวีทุกวัน ทำไมจะไม่รู้” นั่นสินะ…ทำไมจะไม่รู้

ก็นะ…ภาพในความคิดคือ แม่ผู้ซึ่งมีอายุหกสิบกว่าแล้ว ใช้ชีวิตกับการทำนาทำไร่มาตลอด ถึงช่วงนี้จะเกษียณจากการทำนา แต่กิจกรรมหลังเกษียณก็ไม่มีอะไรมากไปกว่าการเข้ากลุ่มผู้สูงอายุ ทำบุญ ขายผักผลไม้ที่เหลือเก็บจากสวน และอื่นๆ อีกมากมายที่ดูจะไม่น่ามารู้จักไมเคิล แจ็คสันได้เลย (แถมแม่ยังบอกได้ตรงประเด็นว่า ไมเคิลมีเอกลักษณ์เรื่องของการเต้นลูบเป้า) ดังนั้น คำที่ผุดขึ้นมาในหัวหลังจากนั้นก็คือคำว่า “globalization” นี่แหละ

Globalization หรือ “โลกาภิวัฒน์” นั้นมีนักวิชาการหลายท่านให้ความหมายไว้แตกต่างกัน (มีกึ่งๆ โต้แย้งกันด้วย) โดยทั่วไปมักจะหมายถึงโลกยุคใหม่ที่ตั้งอยู่บนฐานของเทคโนโลยี อันนำไปสู่ความเปลี่ยนแปลงที่เร่งเร็วขึ้นในทุกระดับของสังคมมนุษย์ (ทั้งด้าน สังคม วัฒนธรรม เศรษฐกิจ และการเมือง) โดยเฉพาะเทคโนโลยีด้านการสื่อสารที่ทำให้เราเข้าถึงข้อมูลได้ง่ายและเร็วขึ้นกว่าในอดีต

ในบรรดาสื่อทั้งหลาย โดยส่วนตัวคิดว่า “ทีวี” น่าจะเป็นสื่อที่เข้าถึงคนทุกเพศทุกวัยได้ง่ายกว่าสื่ออื่นๆ ข้อดีของทีวีนั้นมหาศาล แต่ข้อเสียก็มีไม่แพ้กัน นอกจากให้ข้อมูลข่าวสารและความบันเทิงแล้ว ทีวีอาจเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการสร้างความสัมพันธ์ในครอบครัว (เป็นเสมือนกิจกรรมร่วมของครอบครัว และมีข้อมูลมากมายสำหรับการร่วมวิพากษ์) และในทางกลับกัน ก็อาจเป็นตัวลดปฏิสัมพันธ์ระหว่างครอบครัวได้ด้วย โดยเฉพาะในเด็ก

ในประเทศสหรัฐอเมริกา สภากุมารเวชศาสตร์แนะนำว่าเด็กอายุต่ำกว่าสองขวบไม่ควรดูทีวีเลย แม้กระทั่งรายการเด็กแบบ Sesame Street เพราะการดูทีวีจะทำให้ปฏิสัมพันธ์ระหว่างเด็กกับพ่อแม่หรือผู้ดูแลลดลง (เนื่องจากปฏิสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่หรือผู้ดูแล เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการเจริญเติบโตด้านสมอง และการพัฒนาทักษะทางสังคม อารมณ์และสติปัญญาของเด็ก)

แต่ไม่ว่าใครจะว่าไว้อย่างไร ทีวีก็ทำให้แม่รู้จักไมเคิล
และไมเคิลก็ตายแล้ว…

สิ่งที่ได้เรียนรู้จากเรื่องนี้ก็คือ ทุกคนมีโอกาสเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร โลกปัจจุบันไม่ใช่โลกที่จะสามารถปิดกั้นข้อมูลกันแบบเดิมๆได้อีกแล้ว สิ่งที่เราทุกคนทำ ล้วนมีสายตาของโลกจ้องมอง ทำดีโลกก็เห็น ทำชั่วโลกก็รับรู้ (และอาจถูกประจานได้ในวันหนึ่งวันใดในอนาคต) และไม่ว่า “ดำหรือขาว” (black or white) ที่สุดแล้ว..ทุกคนล้วนต้องตาย

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s