มือ เวลา และความทรงจำ

มาตรฐาน

ผลพวงจากการโดนไวรัสที่ติดมากับ handy drive ถล่มเครื่องคอม ทำให้ต้องมานั่งเช็ค file ต่างๆ ที่กู้คืนมาได้ หลังเอาเครื่องไปล้างและลงโปรแกรมใหม่ทั้งหมด แล้วก็ไปเจอเข้ากับรูป “มือ” ที่ถ่ายเก็บไว้ต่างกรรมต่างวาระกัน จำได้ว่าครั้งแรกที่ถ่ายรูปมือเก็บไว้ เป็นช่วงที่ไปทำวิจัยในโรงงานแห่งหนึ่งที่ชลบุรี ระหว่างรอคนมารับก็เลยนั่งเล่นบริเวณสนามหญ้าหน้าโรงงาน มีกล้องขนาดเล็กอยู่หนึ่งตัว จึงเอาออกมาถ่ายใบไม้ใบหญ้าแก้เบื่อ เบื่อหญ้าก็หันมาถ่ายมือตัวเอง แล้วก็ได้รูปนี้มา

hsnd

พอโหลดรูปมาดู ก็รู้สึกว่า รูปนี้ให้ความรู้สึกดีจัง  รองเท้า นาฬิกา และขากางเกงยีนส์บ่งบอกถึงสไตล์การแต่งตัวในตอนนั้น แถมมือที่เต่งตึงนั่นอีกล่ะ ช่างเป็นรูปที่แสดงถึงความอ่อนเยาว์ของชีวิตในช่วงนั้นได้ดีจริงๆ (ว่ากันว่า ถ้ามองหน้าสาวคนใดแล้วดูอายุไม่ออก อันเนื่องมาจากผลของการศัลยกรรมและโบท๊อกซ์ ให้ดูที่มือของสาวเจ้าเป็นหลัก เพราะส่วนที่มักเปลี่ยนแปลงไปตามสังขาร และปกปิดได้ยากที่สุดคือมือ)

หลังจากนั้นก็ชอบที่จะเก็บภาพรูปมือเรื่อยมา เมื่อครั้งไปเที่ยวญี่ปุ่น ตอนที่นั่งรถบัสจากนาโกย่ามายังโตเกียว ก็ได้รูปมือและแหวนมาอีก (แม่บอกว่าเป็นคนชอบใส่แหวนมาตั้งแต่เล็กๆ ถ่ายรูปทีไร ต้องเอามือมาวางไว้บนตัก เพื่ออวดแหวน…ก็นะ…สงสัยนิสัยนี้จะติดมาจนโต และแก้ไม่หาย)

hand2
พอมีโอกาสไปเที่ยวปางอุ๋งที่แม่ฮ่องสอน ก็อดไม่ได้อีกที่จะมองทิวทัศน์ผ่านมือตัวเอง

hand3

เสียดายอย่างเดียวที่ไม่ต้องถ่ายรูปมือตอนเช้าๆ เก็บไว้ เพราะบรรยากาศตอนเช้าของปางอุ๋งนับว่าสุดยอด มีคนบอกว่าที่นี่เหมือนสวิตเซอร์แลนด์เมืองไทย แต่ส่วนตัวคิดว่าเหมือนนิวซีแลนด์มากกว่า มันต่างกันไหม…น่าจะต่างกันนะ เพราะตอนกลางวันอากาศมันจะอุ่นใส และตอนเช้าก็จะชื้นฉ่ำเหมือนนิวซีแลนด์ยังไงยังงั้น (ไว้ค่อยคุยกันถึงเรื่องเที่ยวๆ แบบนี้ในตอนต่อไปดีกว่า)

evening

peaceful

มาพูดถึงมือกันต่อดีกว่า…
แล้วก็มาถึงสงกรานต์ หรือ “ปี๋ใหม่เมือง” ของคนเหนือที่ผ่านมา ได้มีโอกาสไปรดน้ำดำหัวผู้เฒ่าผู้แก่ที่บ้านหลายต่อหลายท่าน ก็เลยได้รับพรที่มาพร้อมกับด้าย “สายสิญจน์” จำนวนมาก อันแสดงให้เห็นถึงความผูกพันของวงศาคณาญาติ ที่ยึดโยงไว้ด้วยพิธีกรรมอย่างการรดน้ำดำหัว ว่ากันว่า นอกจากการเคารพตัวเองแล้ว การให้ความเคารพต่อผู้อื่นก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ถูกต้องดีงาม ที่เราควรยึดถือและปฏิบัติ

hand4

และภาพล่าสุดของมือ ณ ตอนนี้ เกิดขึ้นในงานศพน้าผู้หญิงเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา เป็นมือของ “สาวนักจุดธูป” ที่เปื้อนไปด้วยสีแดงของก้านธูป

DSCF0002
ถึงแม้ตอนนี้สีแดงเหล่านั้นจะเลือนหายไปแล้ว แต่ดูภาพนี้ทีไรก็จะนึกถึงความทรงจำที่เกิดขึ้นในช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมาได้อย่างชัดเจน ความทรงจำที่ว่าไม่ใช่ความทรงจำที่เศร้าโศก แต่เป็นการตระหนักรู้ว่า ท้ายที่สุดแล้ว เราทุกคนต้องจากโลกนี้ไป (ไม่วันใดก็วันหนึ่ง) จะมีประโยชน์อะไรที่จะมาทะเลาะกัน เบียดเบียนกัน หวังแต่จะกอบโกยผลประโยชน์ให้กับตัวเองโดยไม่ได้ห่วงใยผู้คนร่วมโลก

คนเราเกิดมาแบบไม่มีอะไร (ร่างกายเปล่าเปลือย…ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ตั้งแต่แรกเกิด) เราได้รับการอุ้มชูจากบุพการีหรือคนอื่นที่อาจไม่ใช่บุพการี เลี้ยงดูให้เติบโต…และเมื่อยามที่โตแล้ว เราตอบแทนคุณท่านเหล่านั้นกลับคืนมากน้อยแค่ไหน แค่คำถามนี้คำถามเดียว เวลาที่เหลืออยู่ยังอาจไม่พอที่จะตอบแทนคุณด้วยการกระทำเสียด้วยซ้ำ

มีเพื่อนที่แสนดีคนหนึ่งส่ง website ที่สามารถทำนายได้ว่า เราเหลือเวลาอีกกี่วินาทีที่จะมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้ (หากไม่ตายด้วยเหตุผิดธรรมชาติแบบต่างๆ เช่น ฆ่าตัวตาย ถูกคนอื่นฆ่าตาย หรือพาตัวเองไปตายจากความประมาท) เมื่อเข้าไปกรอกตัวเลขวันเดือนปีเกิด และความเสี่ยงทั้งหลาย เช่น ดัชนีมวลกาย และความเสี่ยงในเรื่องการสูบบุหรี่ สำหรับตัวเองพบว่า ขณะนี้มีเวลาเหลืออีกประมาณ 1,307,301,340 วินาที ที่จะมีชีวิตอยู่ วันที่อาจจะตาย คือวันเสาร์ที่ 26 เดือนพฤศจิกายน ปี พ.ศ. 2593 (อีก 41 ปี จากนี้) และแค่กระพริบตา…ตัวเลขเวลาก็ลดลงเรื่อยๆ…ทุกวินาที

เข้าไปดูเวลาที่เหลืออยู่แล้วชอบ ประเด็นไม่ได้อยู่ที่ว่าตอนนี้เวลาของการใช้ชีวิตของเราเหลืออยู่เท่าไร หรือวันตายของเราคือวันไหน แต่ชอบตรงที่ทำให้เรารู้ว่า เวลาเดินไปข้างหน้าทุกวินาที ฉะนั้นหากมีความฝัน…ให้รีบเสาะหา หากมีโอกาส…ให้รีบไขว่คว้า เพราะเวลา…ไม่เคยคอยใคร

หมายเหตุ:
ใครที่สนใจอยากตรวจสอบวันเวลาที่เหลืออยู่บนโลกใบนี้ของตัวเอง สามารถเข้าไปดูได้ ที่ website  www.deathclock.com

4 responses »

  1. ดูจากเส้นสมองยาวมาก แสดงว่าเป็นคนฉลาดครับ

    เดินทางปลอดภัยดี ไม่ต้องห่วง

    แหะ ๆ พอดีเห็นเส้นลายมือเลยดูเล่น ๆ ครับ

    • ขอบคุณค่ะ คุณธาร
      ไม่นึกว่าจะได้ของแถมเรื่องคำทำนายมาด้วย ^^
      ชอบตรงคำว่า “เดินทางปลอดภัยดี” ถือเป็นคำปลุกปลอบให้กับคนที่ชอบเดินทางได้เป็นอย่างดีค่ะ

  2. สำหรับรูปมือที่มีแหวน มีอาจารย์นั่งเป็นกำลังใจอยู่ข้างๆด้วยจ๊ะ

    สำหรับเวบนั้นไม่กล้าเข้าไปดู เอาไว้จะทำใจกล้าๆ สักวัน

    ใจไม่กล้า ทำไงล่ะ

    อาจารย์

    • ไม่น่ากลัวอย่างที่คิดหรอกค่ะ อาจารย์
      แค่สยองตอนเห็นนาฬิกามัน cut down หน่อยๆ เท่านั้นเอง ฮ่าๆๆ
      และแค่ถอนใจ…เวลาก็ลดลงไปแล้ว 2 วินาที ^^

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s