Sicko

มาตรฐาน

sicko

“…แพทย์ดีๆ จำนวนมากจะต้องออกจากงาน…”
เป็นข้อความหนึ่งในหนังที่กล่าวโดยประธานาธิบดีบุช
เพื่อแสดงให้เห็นว่า ระบบประกันสุขภาพของอเมริกาดีเพียงใด
ดีมากจนทำให้แพทย์อาจต้องออกจากงานกันนั่นแหละ

แต่ความเป็นจริง ระบบประกันสุขภาพของอเมริกาดีแบบนั้นไหม?
คำตอบของคำถามดังกล่าว ได้ถูกนำมาร้อยเรียงเป็นหนังสารคดี
ที่มีความยาวร่วม 2 ชั่วโมง และ “Sicko” คือชื่อของหนังเรื่องนี้

เริ่มเรื่องด้วย 50 ล้านคนที่ไม่มีประกันสุขภาพ
พวกเขาเผชิญกับปัญหาอะไรบ้าง?

ริคได้รับอุบัติเหตุ ถูกเลื่อยตัดนิ้วขาด 2 นิ้ว
เขาไม่มีประกันสุขภาพ จึงต้องจ่ายค่ารักษาเอง
ค่ารักษาสำหรับการต่อนิ้ว คือ
นิ้วกลาง 60,000 USD นิ้วนาง 12,000 USD
หมายความว่า ถ้าริคไม่มีเงิน ก็จะไม่มีการต่อนิ้วให้
ริคตัดสินใจเลือกต่อนิ้วนาง…

แต่ Moore (ผู้กำกับหนังเรื่องนี้) บอกว่า
หนังเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับคนที่ไม่มีประกันสุขภาพ
เพราะฉะนั้น เขาจะพูดถึงคนส่วนใหญ่ที่มีประกันสุขภาพเท่านั้น
ว่าพวกเขาสุขสบายกันดีไหม?

เริ่มจากลอร่าและแลรี่ต้องย้ายไปอยู่บ้านลูกสาว
เพราะล้มละลายจากการจ่ายประกันสุขภาพ
ใช่…ล้มละลาย
จากการต้องจ่ายเงินสมทบ (co-payment)
ในการรักษาโรคมะเร็ง และโรคหัวใจที่ทั้งคู่เป็นอยู่

เอดดี้อายุ  79 ปี ทำงานเป็นคนทำความสะอาดในร้านแห่งหนึ่ง
เขาบอกว่าต้องพยายาม keep งานนี้ไว้
เพราะการได้ทำงาน หมายถึงการได้ประกันสุขภาพ
แค่การดูแลของ Medicare (ระบบประกันสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุ)
ไม่เพียงพอสำหรับการจ่ายค่ายาของตัวเขาเองและภรรยา

ลอร่าเกิดอุบัติเหตุรถชน หมดสติ
มีรถพยาบาลมารับ ประกันไม่ยอมจ่ายค่ารถพยาบาล
โดยให้เหตุผลว่า เธอไม่ได้ขออนุมัติก่อน
ลอร่าไม่เข้าใจว่า เธอจะเอาเวลาที่ไหนโทรบอกบริษัทประกัน
ในขณะที่หมดสติ และเจ็บซะขนาดนั้น…

สำหรับคนที่อยากทำประกันสุขภาพ
ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะได้รับการอนุมัติจากบริษัทประกัน
เจสันไม่สามารถทำประกันสุขภาพได้ เพราะเขาสูงเกินไป
ส่วนผู้หญิงอีกคนถูกปฏิเสธ เพราะเธอมีดัชนีมวลกายสูงเกินไป

ในหนัง แสดงให้เห็นว่า list ของโรคที่จะได้รับการปฏิเสธ
เยอะมาก (ประมาณเกือบ 40 หน้า)
เยอะขนาดเอามาทำเป็น title ประกอบหนัง star war ได้เลย

มีพนักงานหญิงคนหนึ่งที่ทำหน้าที่ในการตรวจสอบเอกสาร
จากประสบการณ์ทำให้เธอรู้ว่าคนที่ขอทำประกันจะได้หรือไม่ได้
หลายครั้งที่เธอทราบข้อมูลของคนที่ขอทำประกันซึ่งเป็นคนที่น่าเห็นใจ
แต่จากเอกสารที่ได้รับ เธอรู้ว่าคนเหล่านี้จะถูกปฏิเสธ
เธอเจ็บปวดกับการที่จะบอกข่าวร้ายกับคนที่เธอเห็นใจ
สุดท้ายเธอเลือกที่จะพูด “ไม่เพราะ” กับใคร
เพื่อหลีกเลี่ยงความเห็นอกเห็นใจที่จะเกิดขึ้นกับผู้คนที่เธอสนิทด้วย…

ในบริษัทประกันมีฝ่ายที่ทำหน้าที่ขุดคุ้ยเรื่องราว
ที่จะทำให้บริษัทฯสามารถปฏิเสธการจ่ายเงินค่ารักษาได้
เช่น ผู้ประกันมีโรคก่อนหน้าที่จะเข้าระบบประกัน
หรือปิดบังโรคบางโรค ฯลฯ

มีประเด็นอีกมากมายที่หนังนำเสนอ
ไม่ว่าจะเป็น แพทย์ที่ปฏิเสธการรักษายิ่งมากยิ่งได้โบนัสมาก
(เพราะหมายถึงบริษัทฯจะได้กำไรจากการไม่ต้องจ่ายค่ารักษา)
การเปรียบเทียบระบบประกันสุขภาพของอเมริกากับแคนาดา
อังกฤษ ฝรั่งเศส และคิวบา

ดูหนังแล้ว อยากร้องไห้
กลัวแทนน้องๆ ที่เรียนอยู่อเมริกา
กลัวตอนที่เขาเจ็บป่วย แล้วต้องจ่าย co-payment
(น้องที่เคยไปเรียนอเมริกา บอกว่าแพงมาก)

อยากร้องได้อีกรอบ
ด้วยความดีใจที่ตัวเองไม่ต้องไปเรียนต่อที่อเมริกา

ดีใจที่เกิดเป็นคนไทย อยู่ประเทศไทย
ถึงบางครั้งเราจะแตกแยกกันเพราะสีเสื้อ และมีการเมืองที่อ่อนไหว
แต่ระบบประกันสุขภาพของเราก็ยังครอบคลุมคนทุกคน
(อาจแตกต่างกันบ้างในเรื่องของคุณภาพและการเข้าถึงบริการ)

มีคนบอกว่า ถ้าเราหาเงินเพื่อฆ่าคนได้ (ทำสงคราม)
เราก็น่าจะหาเงินเพื่อดูแลคนได้
ตอนนี้ก็เลยได้แต่หวังให้คนไทยรักกัน
หวังว่า…เราจะช่วยกันสร้างระบบประกันสุขภาพของเราให้เยี่ยมยอดกว่านี้…

3 responses »

  1. ได้ความรู้ทุกครั้งที่อ่านblog ของเพ็ญ พรุ่งนี้ (30 พค.) จะมีการพูดเรื่องนี้(นิดหน่อย) ในสมัชชาแรงงานนอกระบบ ที่กทม.ร่วมจัดจ๊ะ

    เขาจะคุยกันที่ลาน กทม งานยักษ์
    อจ.

  2. ขอบคุณค่ะอาจารย์ ^^
    ไปร่วมงานด้วยไม่ได้ ฝากใจไปเชียร์ด้วยแล้วกันนะคะ
    ขอเป็นแรงใจให้แรงงานนอกระบบ
    และคนที่มุ่งมั่นดูแลคุณภาพชีวิตของแรงงานนอกระบบทุกคนค่ะ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s