เรื่องเล่าจากห้อง ICU ตอนที่ 6: เงาอดีต

มาตรฐาน

20 กรกฎาคม…

วันนี้น้องแจ่มสามารถลดการใช้เครื่องช่วยหายใจได้จนเหลือแค่ 8 ครั้ง/นาทีแล้ว เย้…ดีใจที่สุดเลย คุณหมอชมว่าน้องแจ่มกำลังใจดีมาก แถมยังทำหน้าตาสดชื่นได้ตลอดเวลา ก็แหม…น้องแจ่มเป็นคนมองโลกในแง่ดีนี่คะ แล้ว I.C.U ก็ไม่ใช่สถานที่น่ากลัวอย่างที่เคยคิดไว้ ทั้งยังมีพี่ๆพยาบาลที่ใจดีคอยเข้ามาพูดคุยเล่าเรื่องต่างๆให้ฟัง จนน้องแจ่มเลิกเหงาไปเลย เอาเป็นว่าน้องแจ่มจะเล่าเรื่องต่อเลยดีกว่า

หลังจากที่คุณประภาสถูกย้ายกลับตึกผู้ป่วยสามัญ(และตายลงเพราะน้ำในที่สุด)เตียง 4 ก็ว่างลง แต่ชั่วข้ามคืนก็มีคนไข้คนใหม่ถูกย้ายเข้ามาแทนที่ คราวนี้พี่ๆพยาบาลตื่นเต้นกันใหญ่ เพราะคนไข้คนใหม่นั้นเป็นชาวต่างชาติ ทั้งยังรูปหล่ออีกต่างหาก “จิม ” คือชื่อของคนไข้หนุ่มหล่อคนนี้

ข่าวว่าจิมเป็นนักโทษของกรมราชฑันต์ เป็นผู้ต้องหาคดีเสพยาและมียาเสพติดไว้ในครอบครอง ถูกฝากให้เข้ารับการรักษาที่ I.C.U เนื่องจากมีภาวะไตวายเฉียบพลัน ต้องได้รับการล้างไตโดยด่วน (คล้ายกับกรณีของคุณประภาส) ว่ากันว่าข่าวลือในเรื่องความร้ายกาจของจิมก่อนที่จะถูกตำรวจจับนั้นดูรุนแรงจนทุกคนเริ่มขยาด ลือกันว่ากว่าที่ตำรวจจะจับจิมได้นั้น มีการยิงต่อสู้ปะทะกันดุเดือด จิมยิงตำรวจบาดเจ็บไปหลายราย (เรื่องที่ตลกก็คือ ข่าวลือนี้ไม่มีมูลความจริงแม้แต่น้อย เพราะพี่แก้วบอกว่าได้สอบถามจากตัวผู้คุมที่มาส่งจิมแล้ว ปรากฏว่าไม่มีการยิงต่อสู้อะไรทั้งนั้น จิมเป็นแค่นักโทษต้องคดีเสพยาเสพติดและมียาเสพติดไว้ในครอบครอง ตอนนี้กำลังต่อสู้ในชั้นศาลรออาญาอยู่เท่านั้น)พี่แก้วบอกว่าได้ทราบเรื่องจริงแบบนี้แล้วค่อยสบายใจ ส่วนพี่อุ๋มถึงกับบ่นพึมพำว่าต่อไปจะไม่เชื่อข่าวลืออีกแล้ว

สาเหตุหนึ่งที่พี่ๆพยาบาลตื่นเต้นกันมาก พี่แก้วบอกว่าเป็นเพราะหลายคนอยากฝึกพูดภาษาอังกฤษ แม้จะผิดๆถูกๆปนกันไปบ้าง แต่ก็ยังรู้สึกดีใจที่ได้พูด โดยเฉพาะพี่จอยที่มักจะพูดภาษาอังกฤษปนกับภาษาไทยได้กลมกลืนเสมอ เช่นเวลาที่ต้องการให้จิมพลิกตัวไปทางด้านซ้าย ก็จะพูดว่า “จิม พลิก ยัวร์ บอดี้ ไปทาง เลฟ ไซด์ หน่อย” หรือเมื่อเห็นท่าทางจิมดูขี้ร้อน (ทั้งๆที่ตัวน้องแจ่มลงความเห็นว่าหนาว เพราะแอร์ที่เปิดไว้เย็นฉ่ำตลอดเวลา) ด้วยความใจดีพี่จอยก็จะถามว่า “ฮอท เหรอ เอา แฟน ไหม ” อะไรทำนองนั้น ฟังแล้วตลกดี สำหรับตัวจิมเองถ้าเวลาเข้าใจเขาก็จะปฏิบัติสิ่งที่บอกได้อย่างถูกต้อง แต่เวลาไหนที่ไม่เข้าใจ ก็จะทำตาลอยๆ กลอกซ้ายกลอกขวา ส่ายหน้า แล้วยักไหล่ยอมแพ้ (ซึ่งท่าแบบนี้จะเจอบ่อยมาก เวลาที่พี่จอยพูดด้วย)

ส่วนพี่แก้วบอกว่า ฝรั่งอย่างจิมนี่ยังไม่เท่าไร ไม่น่าตื่นเต้น อย่างน้อยก็พอจะพูดกันรู้เรื่อง แต่ถ้าเป็นพวกฝรั่งนิโกรอย่างเมื่อสองปีก่อนล่ะก้อ….อ้า…สายตาของน้องแจ่มคงจะแสดงความต้องการอย่างชัดเจนว่า เล่า… เล่าให้น้องแจ่มฟังเลยค่ะพี่แก้วขา พี่แก้วที่แสนจะใจดีก็เริ่มเล่าเรื่องให้ฟังดังต่อไปนี้

เรื่องมีอยู่ว่า เมื่อสองปีก่อนมีฝรั่งนิโกรเข้ามานอนที่ I.C.U สามคน เป็นผู้ต้องหาคดีมียาเสพติดไว้ในครอบครองเช่นกัน แต่เข้ามาอยู่ที่นี่ด้วยสาเหตุที่แตกต่างไปจากจิม ทั้งสามคนคงเป็นพวกที่รับจ้างขนยาเสพติดข้ามชาติ โดยการอัดเฮโรอีนลงในถุงพลาสติกเล็กๆ ขนาดพอกลืนได้ ที่นี้ทั้งสามคนก็ทำการกลืนเก็บเฮโรอีนทั้งหมดไว้ในท้อง(คนละเกือบร้อยเม็ด) ไม่ทราบว่าเป็นเพราะเหตุใด ยังไม่ทันหนีออกนอกประเทศก็ถูกตำรวจจับได้เสียก่อน (ตำรวจไทยเก่งจริงๆ น้องแจ่มขอชมด้วยความจริงใจ)

พอนำทั้งสามคนมา X-ray ดูในท้องก็พบว่ามีถุงเฮโรอีนเล็กๆอยู่เต็มไปหมด ก็เลยถูกจับฐานมียาเสพติดให้โทษไว้ในครอบครอง พี่แก้วบอกว่าเรื่องมันไม่น่าจะมาเกี่ยวข้องกับ I.C.U เลย แต่มันก็เกี่ยวจนได้ ทั้งนี้ทางตำรวจเห็นว่าจะต้องเอาเฮโรอีนทั้งหมดออกมาจากท้องของสามคนนั้นให้ได้ (เพื่อใช้เป็นของกลาง)และทางเดียวที่จะทำได้ก็คือต้องให้ทั้งสามคนถ่ายออกมาปนกับอุจจาระเท่านั้น (เพราะถ้าจะผ่าออกก็คงยากเพราะเฮโรอีนบางส่วนกระจายอยู่ตามลำไส้เต็มไปหมด) แล้วเรื่องมันก็มาถึงห้อง I.C.U ตรงนี้

คุณหมอที่รับผิดชอบช่วยเหลือในคดีนี้ลงความเห็นว่า จะต้องมีการให้ยาระบายกับคนทั้งสามเพื่อที่จะสามารถขับเฮโรอีนหลอด(น้องแจ่มขอเรียกว่าเฮโรอีนหลอดก็แล้วกัน) เหล่านั้นออกมาได้เร็วที่สุด แต่ทีนี้ระหว่างที่รอให้เฮโรอีนหลอดถูกขับถ่ายจนหมดมันต้องใช้เวลาหลายวัน คุณหมอเขาก็กลัวว่า ไอ้ถุงพลาสติกที่ห่อเฮโรอีนบางห่ออาจจะแตกได้ทำให้คนทั้งสามอาจได้รับปริมาณเฮโรอีนที่เกินขนาด จึงตัดสินใจนำทั้งสามคนมาฝากไว้ที่ I.C.U เพื่อให้ได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด

ด้วยความที่ทั้งสามคนอาการเหมือนคนปกติทั่วไป ตำรวจจึงต้องผูกตรวนที่ขาติดกับเตียงไว้ด้วยเพื่อป้องกันการหนี พี่แก้วบอกว่าตอนนั้นน่ากลัวมาก นึกภาพเอาเองก็แล้วกันว่ามีคนไข้ตัวทั้งดำทั้งใหญ่ นอนเรียงติดๆกันสามเตียงเห็นแต่ตาขาวๆกลอกไปมา พูดกันก็ไม่ค่อยรู้เรื่อง แถมยังไม่น่าไว้ใจ ไม่รู้ว่าจะคิดหนีเมื่อไร ส่วนทั้งสามคนก็คงจะไม่ค่อยไว้ใจพวกพยาบาลเหมือนกันว่า จะทำอะไรพวกเขาหรือเปล่า ถึงเวลาทานยาก็ไม่รู้ว่าเอายาอะไรมาให้ทาน ต่างฝ่ายต่างหวาดระแวงซึ่งกันและกันว่างั้นเถอะ

แต่พี่แก้วบอกว่าความเข้มข้นของเรื่องไม่ได้หยุดอยู่ตรงแค่ทั้ง สามคนมานอนที่ I.C.U เท่านั้น สิ่งที่เป็นผลพวงจากยาระบายต่างหากที่ทำให้เรื่องราวเข้มข้น จนไม่อยากมีใครอยากมาขึ้นเวรในตอนนั้น สาเหตุก็เป็นเพราะหลังได้ยาระบายไปแล้ว ทั้งสามคนก็เริ่มถ่ายอุจจาระ…ใครที่เข้าเวรในช่วงนั้น ก็จะเจอแต่อุจจาระกับอุจจาระ พี่แก้วบอกว่าแค่การเก็บกวาดอุจจาระธรรมดามันก็ไม่เท่าไรหรอก แต่นี่ทุกครั้งที่คนไข้ทั้งสามคนถ่ายออกมามันก็จะมีก้อนเฮโรอีนหลอดปนออกมาด้วย ใครที่นำกระโถนไปเท จะต้องล้างอุจจจาระออกจากเม็ดเฮโรอีนเหล่านั้น แล้วเก็บแต่เม็ดเฮโรอีนที่ล้างสะอาดแล้วไว้ให้ตำรวจเพื่อใช้เป็นของกลางในการดำเนินคดีต่อไป…แหวะ…แค่น้องแจ่มคิดตาม ก็รู้สึกผะอืดผะอมเสียแล้ว

พี่แก้วบอกว่า ตอนนั้นพยาบาลทุกคนก็ไม่รู้ทนสภาพแบบนั้นกันได้ อย่างไร แต่ยังมีอารมณ์ขันตั้งชื่อวันเวลาตอนนั้นว่า Feces Day Feces Night (คืนแห่งขี้ วันแห่งขี้…ขี้ทั้งนั้น) กว่าที่ทั้งสามคนจะถ่ายเจ้าเฮโรอีนหลอดออกมาได้หมด ก็กินเวลาเกือบอาทิตย์ ทั้งสามคนหลุดพ้นจากการเกิดภาวะแทรกซ้อนจากการได้รับปริมาณเฮโรอีนที่มากเกินไปและถูกจับไปดำเนินคดีตามกฏหมาย เวลาผ่านไปสองปีแล้วไม่รู้ทั้งสามคนจะเป็นตายร้ายดียังไง รู้แต่ว่าสำหรับพวกพี่ๆพยาบาลแล้ว เวลาที่ผ่านไปสองปีไม่ได้ช่วยให้ความรู้สึกของการล้างอุจจาระออกจากเฮโรอีนหลอดในครั้งนั้นเลือนหายไปได้เลย เพราะทุกครั้งที่นึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมา ก็จะมีกลิ่นทะแม่งๆ อ้อยอิ่งอยู่ในเงาอดีตนั้นอยู่เสมอ

เฮ้อ…เป็นพยาบาลต้องอดทนนะพี่แก้วขา…น้องแจ่มช่วยได้แค่นี้จริงๆ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s