เรื่องเล่าจากห้อง ICU ตอนที่ 4: ตายเพราะน้ำ

มาตรฐาน

18 กรกฎาคม…

วันนี้เป็นวันดีอีกวันหนึ่งของน้องแจ่ม คุณหมอบอกว่าช่วงนี้น้องแจ่มหายใจดีขึ้น ออกซิเจนในเลือดดี ก็เลยลดการใช้เครื่องช่วยหายใจลง เหลือ 12 ครั้ง/นาที นั่นก็หมายถึงว่า ใน 1 นาที ถ้าน้องแจ่มหายใจได้ 20 ครั้ง แสดงว่าน้องแจ่มสามารถหายใจได้เอง 8 ครั้ง (และนี่ก็คือขั้นตอนการหย่าเครื่องช่วยหายใจตามที่น้องแจ่มได้เคยเกริ่นไว้ตั้งแต่ต้น) แหม…น้องแจ่มดีใจที่สุดเลย พี่แก้วพยายามกระตุ้นให้น้องแจ่มหายใจเองโดยไม่ต้องรอให้เครื่องช่วย โถ…พี่แก้วขาน้องแจ่มก็พยายามนะคะ แต่ว่าบางครั้งมันก็เคยตัว อาจเป็นเพราะไม่ได้หายใจเองมาตั้งนานแล้ว มันก็ลืมๆแถมขี้เกียจไปบ้าง ไม่น่าเชื่อนะคะว่าจะมีใครลืมวิธีหายใจ แต่มันก็เป็นไปแล้วจริงๆ อย่างตัวน้องแจ่มไง

จริงๆแล้วในหอผู้ป่วย I.C.U มีคนไข้อยู่หลายประเภท ส่วนใหญ่ถูกย้ายเข้ามาด้วยจุดประสงค์ที่แตกต่างกัน ที่อาการหนักมากอย่างลุงน้อยเตียง 1 (ลุงน้อยถูกย้ายเข้ามาเมื่อวาน แทนป้าพลอยคนไข้เดิมที่เสียไปเมื่อสองวันก่อน) พี่แก้วบอกว่าลุงน้อยเป็นโรคตับแข็ง เนื่องจากการดื่มเหล้ามาเป็นเวลานาน ตอนนี้ลุงน้อยมีโรคมะเร็งตับร่วมด้วย ทำให้มีอาการบวมทั่วตัว ท้องโต ตัวเหลือง ตาเหลือง อีกทั้งยังมีอาการเลือดออกง่ายจากการที่ตับเสียหน้าที่ด้วย เอาไว้น้องแจ่มจะเล่าเรื่องลุงน้อยทีหลังก็แล้วกัน เพราะวันนี้อยากเขียนเรื่องของคุณประภาสมากกว่า

คุณประภาสเป็นคนไข้โรคไตวายเรื้อรังที่นอนอยู่เตียง 4 ถูกย้ายเข้ามาเมื่อสามวันก่อนด้วยอาการหมดสติ ใส่เครื่องช่วยหายใจ ใส่น้ำเกลือระโยงระยางไปหมด เพ็นพี่แก้วบอกว่า คุณประภาสมีอาการน้ำท่วมปอดจากภาวะไตวายซึ่งเป็นโรคที่คุณประภาสเป็นอยู่ในปัจจุบัน พี่แก้วอธิบายให้น้องแจ่มฟังว่า ภาวะไตวายเรื้อรังหมายถึง ภาวะที่ไตของคนที่เป็นโรคนี้ไม่สามารถทำงานได้อย่างปกติ ไม่สามารถขับน้ำและของเสียออกได้เหมือนคนทั่วไป ฉะนั้นหากร่างกายได้รับน้ำมากเกินกว่าที่ไตจะสามารถขับออกได้ น้ำส่วนเกินนี้ก็จะซึมเข้าไปขังในปอด ทำให้คนไข้มีอาการหายใจหอบเหนื่อย ร่างกายบวมน้ำ และของเสียบางตัวที่ไตขับออกไม่ได้อาจมีผลต่อสมอง ทำให้หมดสติได้ และคุณประภาสคงเป็นกรณีตัวอย่างที่ดีที่สุด

คืนวันที่คุณประภาสถูกย้ายเข้ามาเป็นคืนที่วุ่นวายที่สุดคืนหนึ่ง แพทย์เวรต้องการจะล้างไตของคุณประภาสโดยด่วน เห็นว่าต้องมีการใช้เข็มเจาะผ่านผนังหน้าท้อง ใส่น้ำยาเข้าไป เพื่อดึงน้ำและของเสียส่วนเกินออกจากร่างกาย อาการของคุณประภาสตอนนั้นแย่มาก หายใจหอบเหนื่อยตลอดเวลาทั้งๆที่ใส่เครื่องช่วยหายใจอยู่ คุณหมอต้องคอยฉีดยานอนหลับให้เป็นช่วงๆ

สองวันผ่านไป คุณประภาสอาการดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด รู้สึกตัวดี ร่างกายยุบบวมลง (จากผลของการล้างไตผ่านทางหน้าท้อง) พอเข้าวันที่สามคุณประภาสก็ถูกส่งไปฟอกไตที่หน่วยไต กลับจากฟอกไตอาการของคุณประภาสดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด คุณหมอจึงลองให้คุณประภาสหายใจเอง โดยต่อท่อช่วยหายใจเข้ากับออกซิเจนธรรมดา(ไม่ใช้เครื่องช่วยหายใจ) ปรากฏว่าคุณประภาสสามารถหายใจได้เอง โดยไม่มีอาการหอบเหนื่อย คุณหมอจึงตัดสินใจถอดท่อช่วยหายใจออก คุณประภาสยิ้มร่า(ท่ามกลางความอิจฉาเล็กๆของน้องแจ่ม) สิ่งแรกที่คุณประภาสเรียกหาก็คือ ขอน้ำดื่มหน่อย(ไม่น่าเชื่อว่าคำนี้จะเป็นสัญญานมรณะที่น้องแจ่มคาดไม่ถึง) พี่แก้วเทน้ำให้คุณประภาสดื่มเล็กน้อย พร้อมกับแนะนำว่าไม่ควรดื่มน้ำมากเกินไป เพราะคุณหมอมีคำสั่งให้ดื่มน้ำได้ไม่เกินวันละ 400 cc ต่อวันเท่านั้น คุณประภาสเออออรับคำ สี่ชั่วโมงผ่านไป น้ำ 400 cc เกลี้ยงไม่มีเหลือ พี่แก้วมองขวดน้ำเปล่าแล้วได้แต่ถอนใจ เลิกพูดกับคุณประภาสไปเลย

ส่วนคุณประภาสแสดงท่าทางไม่เดือดเนื้อร้อนใจอะไร ที่วันนี้จะไม่มีน้ำให้ดื่มอีกแล้ว ส่วนคุณหมอเห็นว่าคุณประภาสสมควรที่จะถูกย้ายกลับหอผู้ป่วยสามัญได้แล้ว แต่ให้รอสังเกตอาการจนถึงตอนเย็น แล้วก็เกิดเรื่องขึ้นจนได้ ตอนนั้นเป็นเวลาประมาณบ่ายสองโมง เจ้าหน้าที่ X-ray ขึ้นมา X-ray ปอดลุงน้อย และในช่วงนี้ทั้งพี่ๆพยาบาลและคุณหมอก็มักจะวิ่งออกไปนอกห้องกันหมด(ดูแล้วก็ตลกดี) พี่แก้วให้เหตุผลว่ากลัวเป็นหมันจากการโดนรังสี X-ray บ่อยๆ ขนาดเจ้าหน้าที่ที่มา X-ray ยังต้องใส่ชุดตะกั่วป้องกันไว้เลย

หลังจากที่ทุกคนวิ่งออกไปนอกห้องกันหมด คุณประภาสก็รีบกระย่องกระแย่งลงจากเตียง แล้วเดินมาที่เตียงของน้องแจ่ม(ตอนนั้นเจ้าหน้าที่ X-ray กำลังยุ่งอยู่กับเตียงลุงน้อย ไม่มีใครหันสนใจ) น้องแจ่มพูดไมได้ ได้แต่นึกในใจว่าตายแล้ว นี่คุณประภาสจะทำอะไรเราหรือเปล่านี่ คุณประภาสมาหยุดยืนข้างเตียงน้องแจ่ม ไม่พูดพล่ามทำเพลง คว้าขวดน้ำดื่มของน้องแจ่มขึ้นดื่มอักๆ หมดไปเกือบครึ่งขวด แล้วเดินกระย่องกระแย่งกลับขึ้นไปนอนที่เตียงตามเดิม

เมื่อ X-ray เรียบร้อย พี่ๆพยาบาลก็เข้ามาในห้องเหมือนเดิม พี่แก้วคงจะเห็นน้องแจ่มทำหน้าอึดอัดใจ จึงถามว่ามีอะไรหรือเปล่า น้องแจ่มมองไปที่คุณประภาสแล้วส่ายหัวว่าไม่มีอะไร(ก็ไม่รู้จะบอกว่าไง บอกแล้วพี่แก้วจะเชื่อหรือเปล่าก็ไม่รู้) พอถึงตอนเย็น คุณประภาสก็ถูกย้ายออกจากห้อง I.C.U กลับไปตึกสามัญตามเดิม พี่อุ๋มคนชอบพยากรณ์บอกหลังจากคุณประภาสย้ายออกไปแล้วว่า คุณประภาสต้องตายเพราะน้ำดื่มแน่ๆ แล้วก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ สามทุ่มของคืนนั้นน้องแจ่มได้ข่าวว่าคุณประภาสตายเสียแล้ว เมื่อขึ้นไปอยู่ตึกสามัญไม่มีคนดูแลใกล้ชิด คุณประภาสแอบดื่มน้ำไปเกือบ 2000 cc ซึ่งมากพอที่จะทำให้เกิดน้ำท่วมปอดแบบเดิมอีก

คราวนี้คุณหมอช่วยไว้ไม่ทัน คุณประภาสหัวใจหยุดเต้นด้วยก็เลยได้ตายเพราะน้ำจริงๆ เรื่องนี้ทำให้น้องแจ่มคิดได้ว่า ถ้าคราวต่อไปหมอดูที่ไหนมาทักว่าจะต้องตายเพราะน้ำ คงไม่มัวแต่คิดถึงพวกแม่น้ำลำคลองเท่านั้น เห็นทีคงต้องคิดถึงน้ำดื่มธรรมดาไว้ด้วย จะได้ไม่ต้องตายเพราะน้ำ(ดื่ม)อย่างคุณประภาสไง ตลกแบบเศร้าๆยังไงก็ไม่รู้…เฮ้อ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s