เรื่องเล่าจากห้อง ICU ตอนที่ 10: ลาก่อน…ICU

มาตรฐาน

24 กรกฎาคม…

วันนี้เป็นวันแรกในรอบ 2 อาทิตย์ที่ผ่านมา ที่น้องแจ่มได้แปรงฟันแบบเต็มๆเสียที รู้สึกสดชื่นในปากขึ้นเยอะ ใครๆอาจสงสัยว่ากับแค่การแปรงฟัน ทำไมน้องแจ่มดีใจนักหนา ก็โถ…ปกติตอนที่ใส่ท่อช่วยหายใจ น้องแจ่มแปรงฟันไม่ได้นี่เจ้าค่ะ แต่พี่ๆพยาบาลเขาจะใช้ก้านสำลีชุบน้ำยาบ้วนปากเช็ดให้ทั่วปาก วันหนึ่งเช็ดให้ 6 ครั้ง …ก็สะอาดดีเหมือนกัน แต่มันก็ไม่เหมือนการแปรงฟันอย่างที่เคยๆทำมา พี่แก้วก็เลยแชวว่า น้ำยาบ้วนปากของโรงพยาบาลมันไม่หอมเย็นซ่าเหมือนยาสีฟันที่น้องแจ่มใช้อยู่มั้ง น้องแจ่มได้แต่ยิ้มแผล่ (คราวนี้ยิ้มได้แล้วค่ะ) ตอบพี่แก้วด้วยเสียงแหบๆว่า…ของหนูรสสตอเบอรรี่ด้วยนี่ค่ะ พี่แก้วก็เลยได้แต่หัวเราะหึๆเดินจากไป

เรื่องเสียงแหบนี่ พี่แก้วบอกกับน้องแจ่มว่าไม่ต้องกังวลหรอก คนไข้หลังถอดท่อช่วยหายใจออกทุกคนมีอาการแบบนี้ทั้งนั้น ต้องรอให้กล่องเสียงฟื้นตัวประมาณ 4 – 5 วัน เสียงก็จะเป็นปกติ เฮ้อ…โล่งอก น้องแจ่มนึกว่าเสียงจะแหบแบบนี้ไปตลอดชีวิตเสียแล้ว

พูดถึงเรื่องการถอดท่อช่วยหายใจแล้ว น้องแจ่มก็นึกไปถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ นึกแล้วยังอดตื่นเต้นไม่หาย จำได้ว่าตอนเก้าโมงเช้าคุณหมอเข้ามาเจาะเลือดบอกว่าต้องขอดูอ๊อกซิเจนในเลือดของน้องแจ่มก่อนว่าอยู่ในเกณฑ์ดีไหม แล้วคุณหมอก็หายไปเกือบหนึ่งชั่วโมง ทิ้งให้น้องแจ่มรอด้วยความกระวนกระวายใจว่าผลเลือดจะดีไหม จะได้ถอดท่อช่วยหายใจวันนี้จริงๆหรือเปล่า

แล้วคุณหมอก็กลับเข้ามาเมื่อตอนสิบโมง(คงเห็นหน้าตาน้องแจ่มค่อนข้างกังวล ก็เลยขอโทษขอโพยใหญ่) คุณหมอบอกว่า พอดีแวะไปดูลูกหมาที่เกิดใหม่ที่บ้าน อาการมันไม่ค่อยดีนัก โฮ…อยากร้องไห้คุณหมอเห็นลูกหมาสำคัญกว่าน้องแจ่ม แต่พี่แก้วกลับปลอบว่า คิดในทางที่ดีสิจ้ะ แสดงว่าอาการของน้องแจ่มดีกว่าเจ้าลูกหมาตัวนั้นตั้งเยอะ คุณหมอก็เลยคิดว่ารอได้ จริงเหรอค่ะพี่แก้วขา เฮ้อ…น้องแจ่มควรจะดีใจไหมเนี่ย

คุณหมอบอกว่าผลอ๊อกซิเจนในเลือดของน้องแจ่มดีมาก พร้อมที่จะถอดเครื่องช่วยหายใจออกแน่นอน แล้วก็ถึงเวลาที่ตื่นเต้นที่สุด พี่แก้วกับพี่อุ๋ม ช่วยกันแกะพลาสเตอร์ที่ยึดท่อช่วยหายใจออก คุณหมอจับมือน้องแจ่มไปวางไปที่ปลายของท่อช่วยหายใจ แล้วบอกให้น้องแจ่มช่วยคุณหมอดึงออก อย่างช้าๆ (คุณหมอบอกว่า น้องแจ่มจะได้รู้สึกภูมิใจ ที่ได้ถอดท่อช่วยหายใจด้วยตัวเอง) พอดึงท่อหลุดออกมาทั้งอัน น้องแจ่มก็ไอพรืดออกมา ท่ามกลางเสียงเชียร์ของพวกพี่ๆพยาบาลว่า ดีแล้วๆ น้องแจ่มไอเอาเสมหะออกมาเองให้ได้ พี่แก้วลูบหลังให้ บอกน้องแจ่มให้หายใจเข้าออกลึกๆช้าๆ เสียงคุณหมอถามว่าไหวไหม เหนื่อยไหม น้องแจ่มได้แต่สั่นหัว จะบอกว่าสบายมากก็ไม่ได้เพราะตอนนั้นเสียงแหบเหลือเกิน ก็เลยชู 2 นิ้ว (เครื่องหมายแห่งชัยชนะ)ให้คุณหมอดู ทุกคนก็เลยพากันหัวเราะ พี่แก้วบอกว่าเห็นอย่างนี้แล้วแสดงว่าไหวแน่นอน ว่าแล้วก็ให้น้องแจ่มครอบหน้ากากอ๊อกซิเจนไว้ พร้อมกับบอกน้องแจ่มว่าจะพ่นยาขยายหลอดลมให้น้องแจ่มจะได้หายใจโล่งกว่านี้

หลังพ่นยาขยายหลอดลม น้องแจ่มรู้สึกว่าหายใจโล่งขึ้น คุณหมอบอกว่าจะให้น้องแจ่มนอนพักที่นี่อีกหนึ่งคืน พรุ่งนี้(ก็คือวันนี้)จึงจะย้ายน้องแจ่มกลับตึกสามัญ น้องแจ่มจึงได้ล้มตัวลงนอนพัก พลางนึกถึงเรื่องราวที่ผ่านมา

ตัวน้องแจ่มเองป่วยเป็นโรคหอบหืดมานาน เป็นโรคภูมิแพ้มาตั้งแต่เด็กต้องเวียนเข้าเวียนออกโรงพยาบาลเป็นประจำ แต่ก็ไม่เคยเป็นหนักถึงขนาดต้องใส่เครื่องช่วยหายใจและต้องเข้ามานอนที่ห้อง I.C.U เหมือนครั้งนี้

ด้วยความที่น้องแจ่มเป็นคนที่แพ้อะไรง่ายๆ เพราะฉะนั้นที่บ้านของน้องแจ่มจะไม่สามารถเลี้ยงสัตว์เลี้ยงได้เลย โดยเฉพาะแมว (ทั้งที่แมวเป็นสัตว์เลี้ยงที่น้องแจ่มโปรดปรานมากที่สุด) หลายปีก่อนน้องแจ่มเคยงอแง อ้อนวอนให้คุณพ่อเอาแมวมาเลี้ยง แค่สองวันก็ได้เรื่องน้องแจ่มมีอาการหายใจลำบาก หอบเหนื่อยขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ตั้งแต่นั้นมาชีวิตน้องแจ่มก็ถูกตัดขาดออกจากบรรดาสัตว์เลี้ยงทั้งหลาย ช่วงนั้นเป็นช่วงที่น้องแจ่มรู้สึกหดหู่มากที่สุดในชีวิต

เมื่อเวลาผ่านไป น้องแจ่มโตขึ้น มองโลกอย่างเข้าอกเข้าใจมากขึ้น ทั้งยังได้รับความรักความเข้าใจจากทั้งคุณพ่อ คุณแม่ และพี่จ้อยเสมอมา น้องแจ่มเลิกเหงา เริ่มมองหาความรื่นรมย์ทางใหม่ให้กับชีวิต แล้วน้องแจ่มก็ค้นพบ…โลกของหนังสือ ซึ่งเป็นโลกที่น้องแจ่มสามารถท่องไปได้ทั้งใกล้และไกลอย่างที่น้องแจ่มต้องการ(และไม่เกิดอาการแพ้) น้องแจ่มยิ้มมากขึ้น สดใสมากขึ้น และแล้ว… น้องแจ่มก็กลายเป็นน้องแจ่มที่แจ่มใสอย่างทุกวันนี้

เสียงพี่อุ๋มแว่วเข้ามาว่าน้องแจ่มพร้อมที่จะย้ายออกจากห้อง I.C.U หรือยัง น้องแจ่มตอบพี่อุ๋มไปว่านัดกับพี่จ้อยไว้ ขอรอพี่จ้อยก่อนได้ไหมคะ พี่อุ๋มบอกว่าได้เลย น้องแจ่มก็เลยนั่งเขียนบันทึกต่อ นั่นแน่…พี่จ้อยมาแล้ว หิ้วขนมถุงโตๆมาด้วยสองถุง บอกว่าถุงหนึ่งเอามาฝากน้องแจ่ม อีกถุงหนึ่งเอามาฝากพี่ๆพยาบาลที่ช่วยกันดูแลน้องแจ่มจนหายดีได้ขนาดนี้ แต่เอ๊ะ…เจาะจงเดินหิ้วถุงขนมไปที่พี่แก้วแฮะ ลวดลายเหมือนกันนี่พี่ชายเรา

ได้ยินพี่จ้อยคุยกับพี่แก้วว่า พี่แก้วเป็นคนที่น้องแจ่มคุยให้ฟังบ่อยๆ ว่าดูแลน้องแจ่มดีมาก ก็เลยอยากจะขอบคุณพี่แก้วเป็นพิเศษ แถมยังมีบ่นพึมพำอีกว่า ถ้าน้องแจ่มหายดีแล้วกลับไปอยู่ที่บ้าน ไม่รู้ว่าอาการของโรคหอบหืด จะกำเริบอีกเมื่อไร จะมีทางที่จะทราบไหมว่า อาการแบบไหนจึงควรจะรีบพามาหาหมอ น้องแจ่มได้ยินเสียงพี่แก้วตอบว่า ถ้าไม่แน่ใจลองโทรมาถามที่ I.C.U ก่อนก็ได้ ถ้าพอให้คำแนะนำได้ ก็ยินดีเสมอ พี่จ้อยตอบว่าถ้าโทรมาที่นี่ก็ไม่รู้จะพูดสายกับใคร เกิดว่าที่นี่ยุ่งๆอยู่เขาจะว่าเอาได้ เป็นไปได้ไหมที่จะขอเบอร์โทรของพี่แก้วไว้ จะได้ขอคำปรึกษาแบบเต็มที่หน่อย (ฮั่นแน่…ร้ายจริงพี่ชายเรา) แล้วพี่จ้อยยังรีบออกตัวว่า หากจะเป็นการรบกวนพี่แก้วเกินไปก็ไม่เป็นไร โถ…ก็รู้อยู่แล้วว่าพี่แก้วเป็นคนใจดี พี่แก้วจึงรีบบอกว่าไม่เป็นไร ไม่รบกวนมากหรอกค่ะ ว่าแล้วก็จดเบอร์โทรศัพท์ที่บ้านให้พี่จ้อย นั่น…พี่ชายเราเดินยิ้มกริ่มกลับมาเลย อืม…มีลุ้นแฮะ

เปลรับย้ายมาแล้ว น้องแจ่มยกมือไหว้ขอบคุณคุณหมอ พี่ๆพยาบาลทุกคน เสียงพี่อุ๋มแว่วขึ้นมาว่าถ้าน้องแจ่มหายดีแล้ว อย่าลืมแวะมาเยี่ยมที่ I.C U บ้างนะจ้ะ พี่จอยแซวขึ้นมาว่า แต่มาแบบคนไข้พี่ไม่เอานะ ได้หัวเราะกันครืนอีก และแล้ว…น้องแจ่มเองก็คงต้องบอกลาไว้ที่บันทึกหน้านี้ อ้า…ลาก่อน…I.C.U.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s