ตะวันรุ่งกับเดือนแจ่ม: หมายเหตุท้ายเรื่อง

มาตรฐาน

หมายเหตุจากน้องแจ่ม

=============================================
ข้อความข้างใต้นี้ เป็นหมายเหตุท้ายเรื่องที่คุณคนไทยในลอนดอนเขียนขึ้นมา
เพื่อบอกกล่าวความเป็นมาเป็นไปของงานเขียนเรื่องนี้
และบอกว่า “น้องแจ่ม” หรือ “เดือนแจ่ม” ได้เข้ามารับบทเอกได้อย่างไร ^^

หัวข้อของคุณคนไทยฯทั้งหมดโพสจากกระดาน สนธยาวาไรตี้ http://www.sonthayaonline.com/forums/, ลิงค์ URL:http://www.sonthayaonline.com/forums/viewthread.php?tid=2502
ขอบคุณคุณสนธยาที่ยังเก็บรักษางานของคุณคนไทยฯ และน้องแจ่มไว้
ทำให้มีโอกาสนำมาฟื้นคืน เมื่อสิบปีให้หลังผ่านไป
ขอบคุณด้วยใจจริงค่ะ…

(การนำเสนอเรื่องราวทั้งหมดนี้ มิได้หวังผลทางการค้า หากคุณคนไทยฯ มีโอกาสเข้ามาอ่าน
ขอให้ทราบว่า น้องแจ่มทำไปด้วยความประทับใจในงานของคุณคนไทยฯ มากๆ
จึงอยากเก็บไว้ให้เพื่อนๆ คนอื่นได้อ่านกันบ้าง และขอขอบคุณที่เลือกน้องแจ่มให้เป็นนางเอกของเรื่อง ^^)

==============================================

หมายเหตุจากคุณคนไทยในลอนดอน
==============================================
เรื่องราวของตะวันรุ่งกับเดือนแจ่ม ที่ผมเขียนขึ้นนั้น ผมตั้งใจจะให้ออกในแนวของนวนิยาย
แฟนตาซี โดยดึงเรื่องราวที่ไม่อาจจะสัมผัสได้เข้ามาประกอบ ลักษณะของเรื่องราวนั้นจะ
ออกในแนวของการบรรยายเสียส่วนใหญ่ เป็นการเล่นกับอารมณ์และความรู้สึกของตัวละคร
หลักทั้งสอง

เนื้อเรื่องในแต่ละบท หรือแต่ละช่วงของบท จึงออกมาในรูปของการนำเสนอในแนวความคิด
ของตัวละครหลักทีละตัว (ในตอนต้นเรื่องและท้ายเรื่องจะมาจากมุมมองบุคคลที่สาม เพื่อ
ความรู้สึกของการโน้มผู้อ่านให้ค่อยๆ เข้าถึงความรู้สึกของตัวละคร และจบด้วยการมอง
จากมุมมองที่ถอยออกมา เป็นการค่อยๆ เข้าถึงเรื่องราวที่ต้องการนำเสนอภายใน และค่อยๆ
ดึงออกในที่สุด)

ขออนุญาตกล่าวถึงที่มาของเรื่องนี้ก่อนนะครับ นั่นคือ จากช่วงเวลาที่ผมได้เขียนเรื่องราว
มาในถนนนักเขียน ก็มีผู้อ่านหลายท่านได้ติดตามและเขียนแสดงความเห็นตอบผมมาตลอด
โดยเฉพาะในขณะที่ผมเขียนเรื่อง วัฏจักรแห่งนิรันดร์ และมีการหยอกกันเล่นๆ ว่า ผมจะ
นำชื่อบางท่านมาเป็นตัวละครในเรื่องใหม่ที่คิดว่าจะเขียน และทำให้ได้ชื่อสองท่านที่ผม
เห็นว่าเพราะ นั่นคือคุณ rising_sun และคุณน้องแจ่ม (ขออภัยที่เอ่ยนามครับ) โดยในตอน
แรกผมตั้งชื่อว่า ตะวันรอนและเดือนแจ่ม แต่ก็มีผู้อ่านหลายท่านกรุณาทักท้วงมาว่า
ชื่อตะวันรอนนั้นหมายถึงอาทิตย์ตกดิน ผมจึงได้เปลี่ยนมาเป็นชื่อ “ตะวันรุ่งกับเดือนแจ่ม”
ในที่สุด

ในตอนแรกนั้น ต้องยอมรับว่าไม่ได้คิดโครงเรื่องเอาไว้ก่อนล่วงหน้าเลยครับ เพียงแต่
มองว่าน่าจะเป็นเรื่องรักๆ ของคนสองคน ที่ในตอนแรกไม่อาจจะเข้ามาหากันได้ เปรียบ
เหมือนตะวันและเดือนแจ่มที่ทำหน้าที่ในเวลากลางวันและเวลากลางคืน แต่แล้วสุดท้ายความ
รักของทั้งคู่กับสัมฤทธิผลในที่สุด

ต่อมา ได้พยายามมองหาจุดหลักของเรื่อง โดยคิดว่าจะเดินเรื่องในลักษณะที่เดือนแจ่ม
เป็นโรคแพ้แสงแดด แต่ในวันหนึ่งก็ได้พบตะวันรุ่ง เหตุเพราะเธอออกมาเดินช็อปปิ้งด้วย
เสื้อคลุม ทำให้ตะวันรุ่งสนใจ และติดตามในที่สุด ซึ่งผมก็ต้องขอขอบพระคุณคุณ
น้องแจ่ม (ตัวจริง) ที่ได้กรุณาส่งข้อมูลเกี่ยวกับโรคแพ้แสงแดด อาการ และยาที่ใช้มา แต่
แล้วผมก็ไม่ได้ใช้ข้อมูลเหล่านั้นเลย ต้องขออภัยคุณน้องแจ่ม และขอขอบคุณมา ณ ที่นี้ด้วยครับ

และสุดท้าย ก็มาเป็นโครงเรื่องที่ผมได้ใช้ด้านล่างนี้ครับ…

==============================================================

โครงเรื่องเดิม (ก่อนการปรับแต่ง)
==============================

ตะวันรุ่ง เป็นนักศึกษาเมืองนอก (ประเทศอังกฤษ) ดารา (เดิมตั้งชื่อไว้ว่า ชาดา แต่ผมได้ตัดสินใจ
เปลี่ยนเป็นดาราในภายหลัง) เป็นนักศึกษาและหลงรักตะวันรุ่ง แต่ตะวันรุ่งไม่รับรัก

ฝ่ายเดือนแจ่ม เป็นนักศึกษาชาวไทย และพิเชษฐ์เป็นผู้ที่เดือนแจ่มรักอย่างพี่ ในขณะนี่พิเชษฐ์หลง
รักเดือนแจ่มแต่ไม่กล้าบอก

ตะวันรุ่งยังมีเพื่อนอีกสองคนคือ ชาญ (เดิมตั้งชื่อพิชาญ) และไมตรี ซึ่งคอยเป็นกำลังใจเสมอ

เรื่องราวตามโครงเรื่องเดิม เริ่มต้นที่ตะวันรุ่งเฝ้ารอคนที่ ‘ใช่’ มาตลอด แต่ก็ยังไม่พบใคร มีเพียง
เพื่อนทั้งสอง และดาราผู้หลงรักฝ่ายเดียว เป็นคนเคียงข้าง

ฝ่ายเดือนแจ่ม ประสบอุบัติเหตุรถสี่ล้อเล็กชน (รถพวกไดฮัทสุ) แล้วกลายเป็นเจ้าหญิงนิทรา นอน
อยู่ที่โรงพยาบาล และหลังจากนั้นก็ต้องกลับไปที่บ้าน

ตะวันรุ่ง พบเดือนแจ่มในฝัน และในฝันนั้น ตะวันรุ่งเห็นเดือนแจ่มนั่งอยู่ริมทะเลสาบในคืนเดือนเพ็ญ
ซึ่งส่องแสงแพรวพราวไปทั่ว (น้ำประกายฟ้า)

ตะวันรุ่งเกิดหลงรักหญิงในฝัน และคอยค้นหาว่าเดือนแจ่มคือใคร และเดือนแจ่มอยู่ที่ไหน ทั้งๆ ที่
ไม่อาจจะเป็นความจริงได้

ภายในฝัน ทั้งคู่ต่างพูดคุยซึ่งกันและกัน และรับรู้ใจของกันและกัน ในขณะที่เดือนแจ่มไม่ได้บอก
ว่าตนเองนั้นอยู่ที่ไหน และเป็นใคร ในชีวิตจริง ตะวันรุ่งกลายเป็นคนเพ้อหาแต่เดือนแจ่ม ทุกคน
ต่างลงความเห็นว่า “เพี้ยน” และในขณะเดียวกัน ที่บ้านของเดือนแจ่ม พี่น้องเฝ้าดู บางครั้งเดือน
แจ่มจะยิ้ม หมอเองก็ไม่อาจจะลงความเห็นได้ว่าเป็นเพราะอะไร ทำไมถึงยิ้มได้

ตะวันรุ่งเริ่มกลายเป็นคนที่หลงความฝัน ไม่ยอมไปเรียน วันๆ เอาแต่นอนหลับ เพื่อที่จะได้ฝันถึง
เดือนแจ่ม จนกระทั่งร่างกายผ่ายผอมลง

ภายในฝันนั้น เดือนแจ่มขอร้องให้ตะวันรุ่งกลับไปมีชีวิตอย่างปกติ ร้องไห้สงสาร เพราะกลัวตะวัน
รุ่งจะเสียชีวิต

จนในวันหนึ่ง เดือนแจ่มมาบอกว่า จะต้องไปแล้ว เพราะถึงเวลาที่ตนจะต้องไปเกิดใหม่แล้ว
แต่แล้วเกิดปาฏิหารย์ (จุดนี้เองที่อ่อนเหตุผล จนทำให้ผมต้องเปลีย่นเรื่องครับ) เกิดการพุ่งผ่าน
มิติของตะวันรุ่งเข้าไปในโลกแห่งความฝันของเดือนแจ่ม และพาเดือนแจ่มกลับสู่ความจริง

แต่ด้วยเหตุ(ที่อ่อนเหตุผลอีกนั่นแหละ) ทั้งสองต้องแยกจากกันโดยตะวันรุ่งแน่ใจว่าเดือนแจ่ม
จะไปเข้าร่างได้ (ยังหาเหตุผลไม่ได้อีกว่าทำไม…)

เดือนแจ่มตื่นขึ้นในที่สุด พร้อมทั้งกับความพยายาม ที่จะไปค้นหาชายหนุ่มคนนั้นให้ได้

เธอเฝ้าค้นหาจากแผนที่ และโปสการ์ดมากมายราวกับคนบ้า จนในที่สุดก็พบ แต่ที่บ้านก็ไม่ยอมให้เธอไป

จนในที่สุด ทุกคนบอกว่า “อาการโคม่า” รักษาไม่ได้ และยอมให้เธอไปยังที่นั้น

เธอเริ่มเดินทางไปอังกฤษ และเดินทางไปตามทางที่เธอเห็นจากฟากฟ้าในช่วงแรกที่เธอฝันไป
เธอเดินทางจากลอนดอน สู่แมนเชสเตอร์ สู่คาไลส์ กลาสโกว์ และจุดหมายคือล็อกเนส ที่ริมหาด
ของทะเลสาบ และพบว่าเขานั้นไม่ได้รออยู่

ครั้นเมือเธอรอจนดึก และต้องกลับ เธอพบเขาเดินทางมาพบเธอ และทั้งคู่ก็ได้พบกัน และ
ครองรักกันในที่สุด…

=============================================================

โครงเรื่องที่ใช้อยู่ และอุปนิสัยของตัวละคร
=================================

จากโครงเรื่องด้านบน มีฉากจบที่สง่าและลงตัว โดยเป็นการจบแบบ Happy Ending
แต่โครงเรื่องในช่วงกลาง บริเวณที่จะทำให้ตัวเอกของเรื่องเข้าหาความจริงนั้น กลับอ่อน
เหตุผลเกินไป ผมยังหาจุดที่ลงตัวเหมาะสมไม่ได้ และในอีกจุดหนึ่ง ผมไม่สามารถหา
ความลงตัวของตัวรองคือ ดารา ที่ผมใส่เข้ามาเพิ่มเติมได้ ยกเว้นแต่จะให้จับคู่กับพิเชษฐ์
ซึ่งก็ดูอ่อนเหตุผลไปอีก นอกจากจะเปลี่ยนโครงเรื่องให้ทั้งคู่ได้ติดต่อซึ่งกันและกันเพื่อ
ช่วยตัวเอก แต่ก็ทำให้โครงเรื่องหลักเสียไปอีก

จุดนี้ผมเลยตัดสินใจที่จะผลักให้เป็นรักหลายเส้าในช่วงกลางเรื่อง และอาศัย “ประสบการณ์
เมื่อใกล้จะตาย” (Near death experience) เข้ามาเพื่อหักมุมของเรื่อง ไม่ให้เรื่องดูขาดเหตุ
ผลจนเกินไปว่า ทำไมตัวเอกทั้งสองจึงแยกจากกันอีกในตอนท้าย อีกทั้งทำให้เรื่องมีความ
เข้มข้นมากขึ้นเพียงพอที่จะติดตามได้จนกระทั่งเข้าสู่จุดไคลแม็กซ์ของเรื่อง

ตัวละครแต่ละตัวมีลักษณะดังนี้ครับ

ตะวันรุ่ง หรือตะวัน เป็นคนที่เงียบ ไม่สุงสิงกับใคร หนอนหนังสือ ไม่สนใจโลกภายนอก
สนใจดาราเนื่องจากเธอเข้ามาพูดคุยใกล้ชิดกับเขาได้บ้าง แต่ตะวันรุ่งยังไม่สนใจดาราจน
ถึงขั้นแต่งงาน

เดือนแจ่ม หรือน้องแจ่ม เป็นคนที่สนุกสนาน ร่าเริง ติดนิสัยเด็กๆ เอาแต่ใจตัวเอง ซุ่มซ่าม
(จะเห็นลักษณะนิสัยออกมาได้ชัดในบทแรก) มุมมองของเธอเหมือนเด็กๆ ต้องมีเจ้าชายในฝัน
และในท้องเรื่องก็ทำให้เธอได้พบเขา

แต่เมื่อเรื่องดำเนินไป เดือนแจ่มเริ่มเรียนรู้และเข้าใจชีวิตมากขึ้น เธอเริ่มเติมโตขึ้น มองอย่าง
ผู้ใหญ่มากขึ้น และจนทำให้เธอรู้สึกผิดเมื่อเธอได้กลายเป็นสาเหตุของความแตกแยกระหว่าง
ตะวันรุ่งและดารา

ดารา หรือดา เป็นคนสวย และชอบสงสารคน แต่ก็เป็นคนใจอ่อน และน้อยใจ เมื่อเวลา
โกรธจะโกรธรุนแรงแต่หายเร็ว

ไมตรี เป็นคนที่ตรง ดุ เป็นคนรักเก่าของดารา แต่ก็ยอมให้ดาราคบกับตะวันรุ่ง โดยเฝ้ามอง
จากภายนอก ถึงแม้รู้ว่าดาราหันไปชอบตะวันรุ่งแล้วแต่ก็ยังคงรักอยู่

อีกสองคนคือ กัลยา และชาญ ไม่ได้กำหนดบทบาทในเรื่องมากนัก จึงไม่ได้กำหนดนิสัยให้
คนทั้งสอง

โครงเรื่องที่ผมใช้นั้น ได้มีการปรับอยู่หลายจุดจากโครงเรื่องเดิม นั่นคือ ได้ทอนเรื่องให้
สั้นลง สืบเนื่องจากกลวิธีการเล่าเรื่องแบบซ้อนเหตุการณ์ไปมา ทำให้เรื่องราวมากขึ้น
นอกจากนี้ยังมีการดึงรักหลายเส้า (พิเชษฐ์-เดือนแจ่ม-ตะวันรุ่ง-ดารา-ไมตรี) เข้ามาเพื่อให้
เรื่องน่าสนใจมากขึ้น แต่ก็ไม่ได้เล่นกับจุดนี้กับทุกตัวละครมากนัก เนื่องจากต้องการให้เรื่องกระชับ

=============================================================
โครงเรื่อง—
===========

เดือนแจ่มถูกรถชนที่ตลาดแถวเจริญกรุง ——เดือนแจ่มล่องลอยทั่วไปหลายสถานที่จนไปถึง
ประเทศอังกฤษ และไปนั่งที่ริมทะเลสาบล็อกเนส ในขณะเดียวกันนั้น ตะวันรุ่งเดินทางไปท่อง
เที่ยวทะเลสาบกับเพื่อนๆ และได้พบกับเดือนแจ่มที่นั้น

ตะวันรุ่งคิดว่าเดือนแจ่มเป็นนักท่องเที่ยวธรรมดา และเกิดหลงรักรูปกายที่สวยราวนางฟ้า
ในขณะที่เดือนแจ่มเองก็หลงตะวันรุ่งที่มีหน้าต่าหล่อเหลาเหมือนเทพบุตร แต่เธอก็ได้รับรู้ว่า
เขานั้นไม่ว่างเสียแล้ว

เรื่องราวเริ่มเกินเลยไปเมื่อตะวันรุ่งตัดสินใจบอกเลิกดารา และหันมาหาเดือนแจ่ม โดยอาศัย
ความคิดที่ว่า ตนนั้นฝันไป (คิดว่าตนฝันไป) และบอกเดือนแจ่ม แต่ความรู้สึกนั้นก็กัดกินใจ
ของเขาจนเขาตัดสินใจที่จะบอกเลิกดารา เพราะไม่มั่นใจว่าจะรักและรับผิดชอบดาราได้ตลอดไป

ในขณะนั้นเอง เดือนแจ่มหมดช่วงเวลาที่จะใช้ชีวิตบนโลก จะต้องไปสู่ภพใหม่ ตะวันรุ่งได้เห็น
ปรากฏการณ์ที่เหนือธรรมชาตินั้น และด้วยความลืมตัว กอรปกับความหลงรักที่มีต่อเดือนแจ่ม
ทำให้เขาเข้าไปร่วมปรากฏการณ์นั้นด้วย โดยยังคงมีสายใยแห่งชีวิตเป็นตัวฉุดรั้งเขาไว้กับ
โลกแห่งความเป็นจริง

ในที่สุด ทั้งคู่ก็ได้เข้าสู่สภาวะที่ “ใกล้ตาย” และในช่วงเวลานั้นเองที่ทั้งคู่ได้เรียนรู้ถึงประสบการณ์
ต่างๆ ที่เหนือธรรมชาติ และทำให้ทั้งคู่ได้ตระหนักถึงคุณค่าแห่งชีวิตของเขาทั้งสอง

ในช่วงเวลานั้น เสียงที่บอกพวกเขา ได้ส่งคำถามไปยังพวกเขาถึงสิ่งต่างๆ ที่ได้กระทำ และ
ได้บอกให้เขาทั้งคู่กลับมาเริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้ง และทั้งคู่ก็ได้กลับมาสู่โลกแห่งความจริงอีก
ครั้ง

แต่ด้วยการสัญญากันอย่างหลวมๆ ทั้งคู่ได้ตัดสินใจที่จะกลับมาพบกันอีกครั้งหนึ่ง อย่างไม่ได้
นัดหมาย ณ ที่ริมทะเลสาบล็อกเนสอีกครั้ง เป็นจุดจบของเรื่อง ที่ทั้งคู่จะตัดสินใจจะแยก
ทางเดินของแต่ละคน ในขณะเดียวกันก็เปลี่ยนชีวิตของตนเสียใหม่ให้มี “คุณค่า” ต่อทุกๆ คน
มากขึ้น

============================================================

ข้อมูลที่น่าสนใจในท้องเรื่อง
=====================

ประสบการณ์เมื่อใกล้จะตาย (Near Death Experience) เป็นประสบการณ์ของคนที่เข้า
สู่อาการ “โคม่า” และเมื่อหายแล้วก็ได้เล่าเรื่องราวที่ตนได้ไปประสบมาแก่คนรอบข้างฟัง
เหตุการณ์ที่เล่ากันมานั้น แบ่งออกได้เป็นสองประเภท อันแรก คือเหตุการณ์ที่ดี ซึ่งจะ
มีลักษณะคล้ายกันคือ ลอยเข้าไปในอุโมงค์ และที่ปลายทางมีแสงสว่าง รู้สึกเป็นสุข
รู้สึกอิ่มเอิบ และในที่สุดก็ตัดสินใจที่จะกลับสู่โลกแห่งความเป็นจริง เพราะคิดว่าตนนั้น
ยังไม่ถึงเวลา ในขณะอีกกลุ่มหนึ่งมีประสบการณ์ไปยังสถานที่ร้อนราวเปลวไฟ

ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม บุคคลที่ได้รับประสบการณ์เหล่านี้ มักจะปรับเปลี่ยนการดำรง
ชีวิตของตนไปอย่างชัดเจน และเป็นไปในทางที่ดี ส่วนใหญ่มักจะมองชีวิตด้วย
ความรู้สึกสงบราบคาบมากขึ้น

ภายในเรื่องมีการกล่าวสั้นๆ ถึงทัชมาฮาล (ปราสาทหินอ่อน) ที่บัดนี้เป็นที่น่าห่วงจาก
สภาพฝนกรดในแถบนั้น มีการกล่าวถึงหอเอนแห่งปิซา ซึ่งในขณะนี้กำลังเริ่มต้นบูรณะ
โดยความพยายามที่จะเทหล่อคอนกรีตเบื้องล่างไม่ให้ทรุดลงไปมากกว่านี้ โดยการใช้
สลิงขนาดใหญ่ยึดด้านตรงข้ามไว้ เพื่อจะได้ขุดฐานรากด้านที่ทรุดและเทฐานเพิ่มเติม

ต่อจากนั้นมีการกล่าวถึงวาติกัน ในช่วงที่พระสันตปาปาทรงออกมาอวยพรประชาชน

อีกจุดหนึ่งที่ได้มีการบรรยายคือ บริเวณรัฐสภาอังกฤษ ซึ่งด้านหนึ่งนั้นมีหอบิ๊กเบน
และที่จอดรถก็มีรูปปั้นอยู่ (ดูรูปประกอบได้ที่ http://members.xoom.com/thanwa/)

และจุดสุดท้ายก็คือ บริเวณริมทะเลสาบล็อกเนส (ดูรูปประกอบได้ที่เดียวกัน)

เตาปิ้งอเนกประสงค์ สำหรับผู้ที่อยู่ต่างประเทศ คงจะทราบว่าการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม
===============ของชาวต่างประเทศเป็นเรื่องใหญ่ ในการก่อกองไฟนอกสถานที่
จะนิยมใช้เตาปิ้งชนิดนี้ ซึ่งเป็นถาดเหล็กขึ้นรูป ภายในจะมีถ่านหิน โดยสามารถวาง
ตะแกรงเพื่อย่างได้ด้านบน และเมื่อใช้งานเสร็จก็ทิ้งได้

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s