ตะวันรุ่งกับเดือนแจ่ม: บทที่หนึ่ง

มาตรฐาน

“..แปร้น แปร้น..”

เสียงแตรรถดังแทบไม่ขาดสายท่ามกลางหมู่รถหลากชนิดมากมายที่เคลื่อนตัวไป
ตามท้องถนน ป้ายโฆษณาภาษาไทยและภาษาจีนยื่นออกมาจากตึกแถวทั้งสองข้างทาง
ผู้คนมากมายเบียดเสียดยัดเยียดไปตามทางเดินแคบๆ ซึ่งถูกทำให้แคบยิ่งขึ้นไปอีก
ด้วยแผงขายของระเกะระกะอยู่ทั่วไป…

..หนุ่มสาวคู่หนึ่งเดินเบียดเสียดยัดเยียดไปกับฝูงชนบนทางเดินแคบๆ นั้น..

“…นี่ๆ ทำไมต้องมาถึงนี่ด้วยนี่…” ชายหนุ่มบ่นขึ้นอย่างอารมณ์เสีย ใบหน้าของ
เขาเต็มไปด้วยเหงื่อ
“…แหมพี่เชษฐ์ก็ น้องแจ่มก็อยากกินก๋วยเตี๋ยวตรงร้านนี้เนี่ย อร่อยออก พี่ไม่
เคยมาทานรึคะ…” หญิงสาวตอบ พลางเบียดร่างฝ่าฝูงชนที่เดินสวนกลับมา ทิ้ง
ให้ชายหนุ่มเบียดตามมาทางด้านหลัง

หญิงสาวเบียดตัวแทรกแผงลอยที่ตั้งอยู่ชิดขอบถนน ก้าวขาข้างหนึ่งลงไปยังพื้น
ถนน พลางมองไปยังด้านขวา รถมากมายติดอยู่หลังไฟแดง ถนนซึ่งเดินรถทาง
เดียวจึงโล่งว่าง เชื้อเชิญให้เธอข้ามไปได้อย่างสะดวก

“…โน่นไงคะพี่ อยู่ฝั่งตรงข้ามนั่นเอง ..ไฟแดงพอดีนะพี่ เราข้ามกันไปเลยเถอะ…”

“…ไม่ไปข้ามตรงทางม้าลายตรงนั้นรึน้องแจ่ม…”
ชายหนุ่มพยายามเบียดตัวตามหญิงสาว จนสามารถออกมายืนอยู่ที่ขอบทางเดินได้ในที่สุด
แต่ก็ไม่ทันหญิงสาวที่วิ่งออกไปกลางถนนแล้ว…

รถตุ๊กตุ๊กคันหนึ่งวิ่งออกมาจากซอยที่อยู่ติดๆ กัน เลี้ยวขวาออกมายังถนนที่โล่งว่างนั้น
ด้วยความเร็วสูง และชนเข้ากับร่างของหญิงสาวอย่างจัง….

“….โครม…ม…ม….”

ร่างของเธอกระเด็นลงไปตกยังริมถนนฝั่งตรงข้าม ชายหนุ่มวิ่งถลาออกไปยังหญิงสาว
ผู้นั้น รถตุ๊กตุ๊กล้มคว่ำอยู่ใกล้ๆ พิเชษฐ์เห็นแขนของคนขับยื่นออกมาจากด้านล่างของรถ
เลือดสดๆ ไหลรินออกมาจากคนขับ แต่เขาไม่สนใจสิ่งใดอื่นเสียแล้ว…

…เพียงแต่ร่างของหญิงสาวที่อยู่ในอ้อมแขนของเขา…

…ร่างนั้นหลับตาพริ้ม เลือดสีแดงไหลออกมาจากจมูกและหูทั้งสองข้าง ชายหนุ่มมองไป
ที่ผู้คนรายรอบ คนมากมายหยุดยืนมองเขา เสียงจอแจดังไปทั่ว เขาร้องตะโกนออกไป…

“…ใครก็ได้ ช่วยด้วย…”

==========================================================

…ความรู้สึกบางอย่างวูบวาบเข้ามาในจิตใจของเดือนแจ่ม…

…เธอมองไปรอบๆ ตัว คนมากมายที่ควรจะเดินไปมาบนถนน ทำไมถึงหยุดยืนมองดูอะไร
สักอย่างอยู่บนถนน…

…แล้วพี่พิเชษฐ์ของเธอ ทำไมถึงไม่ตามเธอมาสักที ร้านก๋วยเตี๋ยวแสนอร่อยของเธออยู่
ตรงหน้านี่แล้วแท้ๆ …แย่จัง พี่พิเชษฐ์นี่…

…เธอได้ยินเสียงหวอของรถพยาบาลดังใกล้เข้ามา เธอพยายามมองไปบนถนนทางด้านซ้าย
ของเธอ เห็นรถพยาบาลค่อยๆ แทรกการจราจรเข้ามาจนกระทั่งถึงบริเวณใกล้ๆ กับที่เธอ
ยืนอยู่ …คงจะมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น เธอพยายามเบียดเสียดผู้คนไปยังริมถนน…

…รึพี่พิเชษฐ์เขา…

…พลันเมื่อเธอสามารถเบียดผู้คนไปยังแถวหน้า เธอก็เห็นพี่พิเชษฐ์ของเธอ นั่งพับเพียบอยู่
บนถนน เธอเห็นน้ำตากำลังไหลอาบสองแก้มของเขา บุรุษพยาบาลคนหนึ่ง พยายามดึงเขา
ให้ลุกขึ้น เขาค่อยๆ พยุงตัวลุกขึ้นราวกับคนหมดแรง ข้างๆ รถพยาบาลมีรถตุ๊กตุ๊กคันหนึ่ง
เอียงตะแคงอยู่ เสียงโอดโอยดังออกมาจากที่นั้น คนหลายคนกำลังดันหลังคา และตัวรถเพื่อ
ให้ตั้งขึ้นอย่างเดิม…

…ตัวรถค่อยๆ เอียงตั้งขึ้น และโยกกระดอนไปมายามเมื่อล้อทั้งสี่สัมผัสกับพื้นอีกครั้ง…

…เปลถูกสอดเข้าใต้ร่างโชกเลือดที่ถูกรถตุ๊กตุ๊กทับ และลำเลียงเข้าทางด้านหลังของ
รถพยาบาล…

…เธอสงสัยเหลือเกินว่าพี่พิเชษฐ์ของเธอร้องไห้เพราะอะไร…

เธอก้าวออกไปจากแถวของฝูงชนที่มุงอยู่ริมถนน ไปหยุดยืนอยู่ข้างๆ พี่พิเชษฐ์ของเธอซึ่ง
ยังคงยืนอยู่ที่นั้น
“…พี่เชษฐ์ พี่เชษฐ์ ทำไมร้องไห้อยู่ตรงนั้น น้องแจ่มอยู่ตรงนี้ พี่ร้องไห้ทำไม…”

…ร่างนั้นไม่ตอบกลับมาหาเธอ เธอจึงยื่นมือคว้ามือเขา…

…พลันเธอก็ต้องตกตะลึง เมื่อมือของเธอ ผ่านร่างของเขาไปเสียเฉยๆ…

…นี่มันอะไรกัน…

…เธอรู้สึกว่า เธอกำลังมองภาพที่เกิดขึ้นจากมุมสูง เธอสามารถเห็นพี่พิเชษฐ์ ก้าวเข้าไปใน
รถพยาบาลทางด้านหลัง ประตูรถปิดลง เธอเห็นหลังคาสีขาวของรถพยาบาล ค่อยๆ วิ่ง
แทรกผ่านหลังคาหลากสีของรถมากมายที่ค่อยๆ เคลื่อนผ่าน เธอเห็นหมู่ป้ายโฆษณาสองข้างทาง
…หลังคาของหมู่ตึกที่เรียงรายไปตามถนน …เธอเริ่มเห็นถนนสายอื่นๆ ที่แทรกตัวผ่านหมู่ตึก
มากมาย …รถราที่วิ่งไปมา เปรียบเหมือนกับเลือดที่ไหลไปในเส้นโลหิต ที่หล่อเลี้ยงกรุงเทพ
ให้ดำเนินชีวิตต่อไปในแต่ละวัน…

…เธอเริ่มเห็นทุ่งนามากมาย ถนนที่วิ่งผ่านสีเขียวของทุ่งนา และต้นไม้ที่ปลูกอยู่เป็นทิวแถว
สิ่งต่างๆ เหมือนกับเธอกำลังอยู่ในความฝัน…

…เธอบินได้…

===========================================================

…เดือนแจ่มหยุดนั่งลงที่ริมทะเลแห่งหนึ่ง เรือหาปลาหลายลำกำลังออกสู่ทะเล เสียงลูกเรือ
ร้องตะโกนกันไปมา …เพียงเธอคิดจะเข้าไปฟังใกล้ๆ เธอก็รู้สึกว่าภาพที่เธอเห็น เหมือนกับ
ขยายขึ้นตรงหน้า เธอกำลังยืนอยู่ข้างๆ ชายผู้หนึ่ง ซึ่งหันหลังกลับมาทางเธอ และเดิน
ผ่านเธอไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น…

…เธอชักแน่ใจแล้วว่า เธอกำลังฝันอยู่ เธอถึงสามารถบินไปมายังที่ต่างๆ ได้ดังใจนึก..

…แต่ถ้านี่เป็นความฝัน แล้วทำไมความฝันของเธอถึงยังไม่สิ้นสุดเสียที…

…แล้วความคิดหนึ่งก็พุ่งเข้ามาภายในจิตใจของเธอ…

…แล้วเธอล่ะ เป็นใคร…

…เดือนแจ่มจำได้เพียงแต่ว่า เดือนแจ่มกำลังจะข้ามถนนไปยังร้านก๋วยเตี๋ยวกับพี่พิเชษฐ์
ผู้ที่เธอนับถือเขาราวกับเป็นพี่ชายของเธออีกคนหนึ่ง พี่พิเชษฐ์อยู่บ้านติดๆ กันกับเธอ และ
เธอก็เห็นหน้าเขามาตั้งแต่เด็ก…

…แล้วบ้านของเธออยู่ที่ไหนกันนะ ทำไมเธอถึงจำไม่ได้เลยว่า เธออยู่ที่ไหน…

…แล้วพ่อแม่ของเธอล่ะ หน้าตาเป็นอย่างไรกัน เธอมีพี่น้องรึเปล่านะ…

…ทำไมเธอถึงจำอะไรไม่ได้เลย นอกจากพี่พิเชษฐ์ของเธอ…

…เธอรู้สึกสับสนกับสิ่งที่เกิดขึ้น ทำไมความฝันที่เธอกำลังฝันอยู่นี้ ถึงได้ลบความทรงจำ
ของเธอกับสิ่งรอบข้างไปจนเกือบหมดสิ้นอย่างนี้…

…เธอมองไปรอบๆ ตัว บัดนี้ ชายหาดสีขาวยาวอยู่เบื้องล่างของเธอ คลื่นลูกเล็กๆ
เป็นแนวเคลื่อนเข้าสู่ฝั่ง ต้นไม้มากมายกระจัดกระจายอยู่บนแผ่นดินลึกเข้าไปจากฝั่ง
…เบื้องหน้าของเธอ คือทะเลที่กว้าง และทอดยาวออกไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด…

…ที่ปลายสุดขอบน้ำ ดวงอาทิตย์สีส้มแดงกำลังเคลื่อนลับฟากฟ้า สีแดงส้มฉาบทา
เมฆที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วไป เธอเห็นนกบางตัวบินผ่านมาทางเธอ…

…เธอหลบนกตัวหนึ่งที่กำลังพุ่งเข้าหาเธอ นกตัวนั้นบินผ่านเธอไปในระยะใกล้…

…แล้วเธอก็นึกได้ว่าเป็นเรื่องที่ไม่จำเป็น เพราะเธอเองไม่สามารถที่จะจับมือพี่พิเชษฐ์ของเธอ
ได้ เธอพยายามที่จะตะโกน แต่พี่พิเชษฐ์ของเธอก็ไม่ได้ยิน…

…ลูกเรือประมงที่เดินผ่านเธอไปในวันนี้อีกล่ะ เธออยากจะคุยกับเขา ถามเขาว่าที่ที่เธอกำลัง
ยืนอยู่นี้คือที่ไหน แต่เขาก็เดินผ่านเธอไปราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น…

…และนกตัวนั้นก็คงจะไม่เห็นเธอเช่นเดียวกัน…

============================================================

…ในความทรงจำราวกับความฝันนั้น เดือนแจ่มท่องเที่ยวไปยังที่ต่างๆ เพียงแต่เธอนึกคิด
ที่จะไปข้างหน้า ข้างบน หรือข้างล่าง เธอก็รู้สึกว่าร่างของเธอนั้นจะทำตามคำสั่งของเธอ
อย่างว่าง่าย…

…เธอสามารถจดจำสถานที่บางแห่งได้ จากรูปและหนังสารคดีที่เธอเคยเห็น …ปราสาทที่สร้าง
ด้วยหินอ่อนทั้งหลัง เธอเข้าไปดูใกล้ๆ แล้วก็พบว่าตัวประสาทเริ่มเปลี่ยนสี และเริ่มกร่อนจาก
ฝนกรด…

…เธอจำได้ถึงหอสูงที่สร้างในยุคก่อน ที่ขณะนี้ถูกกันไม่ให้คนเข้าไปชมอย่างใกล้ชิด
หอเอียงที่มีชื่อเสียงนั้น กำลังถูกรั้งด้วยลวดสลิงขนาดใหญ่สองเส้น ปลายด้านหนึ่งผูกเข้ากับ
ฐานคอนกรีตที่มั่นคงแข็งแรง อีกด้านหนึ่งกระจายออกเป็นเส้นที่เล็กกว่าหลายเส้น และรั้งเข้า
กับเสาหลายต้นของหอ ซึ่งหุ้มวัสดุบางอย่างไว้เพื่อถ่ายเทแรงไม่ให้เสาหักลง…

…เธอผ่านไปอีก เห็นอาคารที่สร้างเป็นรูปทรงกลม มีช่องเปิดอยู่ทางด้านหนึ่ง อีกด้านหนึ่ง
เป็นอาคารขนาดใหญ่ คนมากมายยืนอยู่ทางด้านล่าง กล่าวคำพูด และกระทำอะไรบางอย่าง
พร้อมกัน…

…เธอมองไปยังร่างหนึ่งซึ่งเห็นได้จากบานหน้าต่างขนาดใหญ่ มีผ้าผืนพาดจากกรอบทางด้าน
ล่างลงไป เธอเคลื่อนตัวเข้าไปใกล้…

…ร่างนั้นเงยหน้าขึ้นมายังเธอ และยิ้มให้ ก่อนที่จะก้าวเข้าไปด้านใน…

…ร่างนั้นสามารถเห็นเธอรึ และเขาคงจะช่วยเหลือเธอได้กระมัง…

…แต่เมื่อเธอจะเข้าไปใกล้กว่านั้นอีก บานหน้าต่างนั้นก็ปิดลงตรงหน้าเธอ…

…ความรู้สึกบางอย่างเริ่มโถมทับเข้ามา เธอเคยเห็นชายผู้นี้ไปยังที่ต่างๆ รอบโลก เธอทราบ
ขึ้นเองอย่างไม่รู้สาเหตุเหมือนกันว่า ชายผู้นี้ทำงานหนักเพื่อประชากรของเขา และเธอเริ่ม
คิดว่า การที่เธอเข้าไปหาเขาในยามนี้ จะเป็นการรบกวนเขาเกินไปรึเปล่า…

…เธอคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็ตัดสินใจว่า จะยังไม่เข้าไปหาในเวลานี้ เธอคิดได้แต่ว่า
หากเธอจะต้องการความช่วยเหลือจริงๆ เธออาจจะกลับมาขอความช่วยเหลือจากที่นี่…

…แล้วเดือนแจ่มก็นึกกลับไปที่เมืองไทย และอีกหลายๆ แห่งในโลก …ที่อาจจะมีคนซึ่งสามารถ
ยิ้มให้กับเดือนแจ่มได้เหมือนกับชายผู้นี้…

…บางทียังคงมีอีกหลายๆ ที่ที่เดือนแจ่มยังไปได้ ถ้านี่เป็นความฝัน เธอคงจะตื่น
ในไม่ช้า…

…แต่ถ้านี่เป็นสิ่งผิดปกติสำหรับเธอ (…ความคิดนี้เข้ามาสู่สมองเมื่อไรกันนะ…) เธอก็อาจจะ
ไปหาใครสักคนที่เธอคิดว่าจะสามารถสื่อสารกับเธอได้ เพื่อขอความช่วยเหลือ…

…เมื่อคิดได้ดังนี้ เธอก็รู้สึกบรรเทาใจ…

===========================================================

…เดือนแจ่มไปต่อยังสถานที่ต่างๆ บางที่เธอก็เคยเห็นมาบ้างแล้วจากหนังสือหรือภาพยนต์
แต่อีกหลายๆ ที่เธอก็ยังไม่เคยเห็น…

…ในที่สุด เธอก็มาถึงสถานที่หนึ่ง เธอเห็นหอนาฬิกาขนาดใหญ่ มีการประดับประดาด้วย
โลหะที่ส่งสีทองแวววาว ติดอยู่กับอาคารขนาดใหญ่ มีรูปปั้นสีดำอยู่ใกล้ๆ รูปหนึ่งที่เด่น
อยู่ในลานจอดรถ อีกรูปปั้นหนึ่ง เด่นอยู่ในสวนใกล้ๆ กัน…

…เธอรู้สึกราวกับอะไรบางอย่างเข้ามาในความคิดของเธอ ณ ที่นั้น เธอตัดสินใจที่จะขึ้นไป
ทางเหนือ เธออาศัยทางหลวงขนาดใหญ่ที่พาดผ่านไปทั่วแผ่นดิน เป็นแนวเส้นทางที่เธอ
ผ่านไป…

…เธอผ่านไปจนถึงสถานที่หนึ่ง เป็นทะเลสาบขนาดไม่กว้างนัก แต่มีความยาว ทั้งสองด้าน
เป็นเทือกเขาขนาบ และเทือกเขาดังกล่าวยังต่อกันไปในทั่วบริเวณแถบนั้น…

…เธอนั่งลงบนก้อนหินที่ริมทะเลสาบนั้น มองไปทางด้านหลัง แสงสีส้มสาดส่อง
ทิวเขาที่ฉาบไปด้วยหิมะ ส่องแสงสว่างตัดกับสีฟ้าใส…

…เธอหันกลับมายังเบื้องหน้าของเธออีกครั้ง ดวงอาทิตย์กำลังเลื่อนตัวลงต่ำ แสงของ
ดวงอาทิตย์ส่องสะท้อนผิวน้ำเป็นประกายแวววับจับก้อนหินที่เธอกำลังนั่งอยู่นั้น และส่อง
ประกายไปบนพุ่มไม้ที่อยู่ทางด้านหลัง…

…ความรู้สึกดื่มด่ำซาบซ่านเข้าไปภายในใจของเธอ…

…เธอปล่อยให้เวลานั้นผ่านไป ดวงอาทิตย์เริ่มลับท้องฟ้า บรรยากาศรอบกายเริ่มมืดลง
ดวงดาวเริ่มปรากฏขึ้นทั่วไปในท้องฟ้า แต่ก็เป็นช่วงระยะเวลาสั้นๆ ก่อนที่ดวงจันทร์จะเริ่ม
ผ่านพ้นขึ้นมาหลังยอดเขา แสงจันทร์สาดส่องไปทั่วบริเวณ ท้องฟ้าสีครามเข้ม ตัดกับ
ทิวเขา และหมู่ไม้ เธอรู้สึกสงบขึ้นในจิตใจ…

…เสียงแกรกกรากดังขึ้นจากด้านหลัง ทำลายความเงียบสงบที่ผ่อนคลายใจของเธอ
เธอหันกลับไปทางด้านหลัง ชายผู้หนึ่งที่เธอไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน ปรากฏขึ้นเหนือพุ่ม
ไม้ ร่างนั้นมองตรงมายังบริเวณที่เธอนั่ง …บางทีชายคนนี้อาจจะกำลังดื่มด่ำกับภาพ
ที่อยู่ตรงหน้าของเขา เช่นเดียวกับที่เธอกำลังรู้สึกอยู่ในขณะนี้ …คิดได้ดังนี้แล้วเธอก็รู้สึก
ให้อภัยเขา ในฐานที่ทำให้เธอต้องรู้สึกขัดจังหวะ…

…ร่างนั้นแทรกตัวผ่านพุ่มไม้ และเดินลงมายังริมน้ำ หยุดตรงเบื้องหน้าเธอ ใบหน้าคมสัน
ผมที่ตัดสั้นหวีเรียบ จมูกโด่งสวยได้รูป คิ้วดกดำหนา หน้าผากสูง แววตาที่ซ่อนอยู่ภายใต้คิ้ว
คู่นั้นมองตรงมายังเธอ…

…นี่เขากำลังดื่มด่ำกับธรรมชาติ รึเขามองอะไรตรงที่เธอนั่งอยู่นะ…

…เธอรู้สึกขัดเขินที่มีสายตาคู่หนึ่งจ้องมองอยู่เบื้องหน้า …ถึงแม้ว่าเธอเองก็ทราบอยู่ดีว่า
นอกจากชายที่บานหน้าต่างผู้นั้นแล้ว ก็ยังไม่มีใครที่เธอจะรู้สึกว่าผู้นั้น “เห็น” เธอได้อีก…

…เธอลุกขึ้นจากหินก้อนนั้น …บางทีเขาอาจจะเห็นว่าหินก้อนที่เธอนั่งอยู่นั้น มีความสำคัญ
อะไรกับเขากระมัง…

…แต่สายตาคู่นั้นยังคงจับจ้องอยู่ที่สายตาของเธอ ยามที่เธอกำลังลุกขึ้น…

…เสียงหนึ่งเอ่ยขึ้นจากปากของเขาเป็นภาษาอังกฤษ…

“…เอ่อ… คุณมานั่งอยู่ที่นี่คนเดียวรึครับ…”

…เธอจะคุยอะไรกับเขาดีนะ…

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s