เรื่องเล่า…ของเหล่าจอมยุทธ์ ตอนที่ 2: ข้ามิชอบคนไร้มารยาทเช่นเจ้า ก็เท่านั้น

มาตรฐาน

เสียงสวบสาบดังขึ้นมาจากทางแยกด้านหน้า ทำให้สองนางชะงักฝีเท้า กลัวเกรงว่าจะเป็นเหล่าอันธพาลที่คอยซุ่มดักทำร้ายคนเดินทาง ขณะที่กำลังตัดสินใจว่าควรจะทำอย่างไร คนแปลกหน้าก็ปรากฏโฉม ต่างฝ่ายต่างชะงักไป ด้วยไม่คาดคิดว่าจะเดินมาเจอกันในเส้นทางที่เปลี่ยวโล่งเช่นนี้

เป็นบุรุษวัยกลางคนผิวคล้ำผู้หนึ่ง หน้าตามิได้น่าเกลียดน่ากลัวอะไร แต่ที่ทำให้ดูน่าตกใจก็คือ ผ้าปิดตาสีดำที่คาดทับดวงตาข้างหนึ่งไว้และแผลเป็นรูปจันทร์เสี้ยวบนใบหน้า ดูว่าบุรุษผู้นี้คงผ่านยุทธจักรมาอย่างโชกโชน

เมื่อเห็นว่าคนที่บังเอิญเจอกันเป็นเพียงดรุณีสองนาง บุรุษแปลกหน้าจึงแสยะยิ้ม (อาจเป็นเพราะแผลเป็นบนใบหน้าทำให้ยิ้มดังกล่าวดูสยดสยองกว่าที่ควรจะเป็น) แล้วเอ่ยทักทายด้วยเสียงแหบห้าวว่า

“เฮอะ ขออภัย…ที่ทำให้ท่านทั้งสองตกใจ ข้าเพียงผ่านมาทางนี้เพื่อที่จะไปยังโรงเตี๊ยมกังลั้ง แต่ไม่มั่นใจในเส้นทาง ท่านทั้งสองพอจะชี้ทางให้ข้าได้หรือไม่”
“โรงเตี้ยมกังลั้ง?” ดรุณีผู้อ่อนเยาว์กล่าวย้อน
“ช่างบังเอิญเหลือเกินที่เรามีจุดหมายปลายทางเดียวกัน คืนนี้เราสองพี่น้องก็จะไปพักแรมที่นั่น ข้าว่า….”
“น้องเล็ก…” นางผู้เป็นพี่ใหญ่กล่าวด้วยเสียงเย็นเยียบ “เจ้าเปิดเผยเรื่องของเราให้คนแปลกหน้ารู้มากไปแล้ว”

“โอ…ขออภัยยิ่งที่ข้ามิได้เอ่ยนามให้ท่านรู้จัก” บุรุษแปลกหน้าเอื้อนเอ่ย
“ข้าชื่อ เบ้งเฮง เป็นคนของสำนักง่วนเสี้ยว กำลังจะเดินทางไปร่วมการประลองยุทธ์ที่เขาเงียบโต๊ะ…”
“อา…ช่างบังเอิญอะไรเช่นนี้ เราสองพี่น้องก็จะไปร่วมงานนี้เช่นกัน ข้าชื่อ เย่ซิน ส่วนนี่พี่ข้า นางชื่อ เย่…”
“น้องเล็ก! ไม่ต้องเอ่ยนามข้าให้ใครได้ยิน ทำไมเจ้าถึงไว้ใจคนแปลกหน้าง่ายดายเช่นนี้”
“พี่ใหญ่…” เย่ซินครวญ “ข้าเพียงแต่เห็นว่า การมีเพื่อนร่วมทางย่อมอุ่นใจกว่าการเดินทางเพียงลำพัง”
“ถ้าต้องเดินทางกับคนไร้มารยาทเช่นนี้ ข้ายอมเดินทางเพียงลำพังจะดีกว่า” นางผู้เป็นพี่ใหญ่กล่าวเสียงเข้ม
“ข้าทำให้เจ้าโกรธหรือ? เพราะเหตุใดกันเล่า?” เบ้งเฮงกล่าวด้วยความฉงน
“ข้ามิชอบคนที่ไร้มารยาทเช่นเจ้า ก็เท่านั้น” เย่เหลียนตอบด้วยความไม่พอใจ แล้วพริ้วกายเดินจากไป
เบ้งเฮงหันไปหาเย่ซินเพื่อขอความเห็นใจ ด้วยไม่เข้าใจว่าตนเองเป็นคนไร้มารยาทเช่นไร
เย่ซินยิ้ม แล้วกล่าวว่า “ท่านตามพวกข้ามาเถิด อีกไม่เกินครึ่งชั่วยามก็ถึงโรงเตี๊ยมกังลั้งแล้ว”
ว่าแล้วนางก็เร่งฝีเท้าตามเย่เหลียนไป

3 responses »

  1. ข้าแวะเข้ามาทักทายน้องเล็ก
    แต่คงค้องรีบไป
    ยามวิกาลผ่านล่วงไปทุกขณะ ข้าเกรงว่าจะไม่ปลอดภัย
    ทางเข้าออกไร้สัญญาณแห่งชีวิต
    ตะเกียงน้ำมันทุกดวงที่ควรจะมีแสงสว่าง
    หรืออย่างน้อยก็ควรจะมีประกายวับแวม
    บัดนี้เหตุใดจึงดับสนิท
    ข้าเกรงว่าเบ้งฮันจะบุกเข้ามาอย่างอุกอาจ
    ดังที่ปรมาจารย์แห่งจอมยุทธ์ได้เคยทำนายไว้

    • พี่เย่หลิว ข้าเชื่อเสมอว่าคนดีๆ เช่นท่านเช่นข้า จะต้องได้รับสิ่งที่ดีงามเข้ามาในชีวิตเสมอ สำหรับเบ้งฮันแม้ว่าจะเป็นชายผู้ลุ่มหลงในความรัก แต่คงมิพักจะทำอะไรอุกอาจให้ท่านเคืองใจเป็นแน่ แต่ก็นั่นแหละน้ำใจชาย บางครั้งเราก็มิอาจประมาณการได้ ขอให้ดูแลประตูหน้าต่างให้จงดี และโปรดจำไว้ว่า แม้แสงตะเกียงทุกดวงจะดับสนิท แต่แสงจันทร์ (one moon) ดวงนี้ ก็ยังหวังจะฉายแสงเรืองให้ท่านเห็นทาง แม้มิเจิดจ้า…แต่ก็มิเคยลับหาย

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s